บันทึกความหลัง

ย้อนไปสมัยเป็นนักเรียน ม.ปลาย ตอนนั้นที่บ้านลำบากมากๆ ช่วงนั้นน่าจะราวๆ ปี 2549 เห็นจะได้ เลยมีความคิดอยากหาเงินด้วยตัวเอง ในเวลานั้นไม่มีต้นทุนเลย เรียกได้ว่า 0 บาท จะไปหยิบยืมใครก็ลำบาก แต่เคยได้ยินแว่วๆ มาว่า มีคนทำงานออนไลน์แล้วได้เงิน เลยใช้คอมพิวเตอร์เก่าๆที่บ้านตัวนึง ค้นหาการสร้างรายได้โดยที่ใช้ทุนน้อย เลยไปเจอกับเว็บพวกคลิกโฆษณา คลิกอีเมลล์บ้าง หรือถ้าใครเคยทำไอ้โปรแกรมที่ต้องเปิดทิ้งไว้ทั้งวันถึงจะได้เงินขยับมาเซนต์นึงก็คงจะนึกออก ก็กัดฟันทำอยู่เดือนนึง พอมาดูรายได้กับยอดถอนเงินขั้นต่ำแล้วก็คิดในใจว่า “กูต้องทำไปอีกกี่ปีวะเนี่ย ถึงจะถอนเงินได้” ก็เลยหยุดทำ แล้วมาค้นหาต่อว่าเราสามารถที่จะมีรายได้ออนไลน์ได้ยังไง จนมาเจอ thaiseoboard ช่วงนั้นยอมรับว่า “อ่านแล้วไม่เข้าใจเลย” มันคือไรวะ Adsense คือไรวะ Amazon คือไรวะ งงไปหมด ซึ่งจมปลักกับเวลาที่ใช้ไปตรงนั้นนานมาก ไหนจะสร้างเ็บ จดโดเมน เปิดบัญชี ทำนี้ทำนั้น งงไปหมด เลยตัดสินใจไม่เอาแล้ว พอดีกว่า แล้วก็ไปหารายได้ทางอื่นที่มันไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ จนในที่สุดก็มีวันที่พลาด ก็ได้พ่อกับแม่นี่หละที่เข้าใจเรา จนผ่านจุดนั้นมาได้ จนมาถึงช่วงสอบเอนซ์เข้ามหาลัยเลยหยุดคิดเรื่องนี้ไป

พอได้เรียนในรั่วมหาวิทยาลัย ก็ค้นพบว่า “นี่มันไม่ใช่สิ่งที่กูคิดนี่หว่า” เลยโดดตลอด ปีแรกผ่านไปก็เอาตัวรอดมาได้แบบงง ต้องขอบคุณเพื่อนคนนึงที่คอยเป็นธุระให้เวลามีปัญหา พอปีสองก็ซ้ำรอยปีแรกเหมือนเดิม โดดตลอด ไปนั่งเล่นเกมดีกว่า แล้วก็ผ่านปีสองมาได้แบบงง ทั้ง แคลคูลัส ฟิสิกส์ เคมี ผ่านมาหมดโดยการ อ่านก่อนสอบและเดาล้วนๆ แต่ช่วงปีสองก็ได้ค้นพบว่าเราพอมีทักษะทางด้านโปรแกรมมิ่งอยู่เล็กน้อย ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย

พอมาถึงปีสาม วิชาพื้นฐานทั้งหมดได้ผ่านพ้นไป และได้มีวิชาที่น่าสนใจคือเขียนเกมเข้ามา แต่พอไปเรียนจริงๆ ก็ค้นพบว่า “ไอ้ irrlicht engine” มันคือไรวะ ทำไมไม่เหมือน “Rpg Maker” ที่กุเคยทำเลย แม่งภาษา C ทั้งนั้น ซึ่งตอนนั้นยอมรับเลยว่าไม่เป็น แต่ผลบุญที่ทำไว้ในอดีตช่วยนั้นก็คือ “วิชาค้นหาข้อมูลจาก Google” ทำให้เริ่มเรียนรู้ภาษา C ด้วยตัวเอง และก็ผ่านวิชานี้มาได้อย่างน่าพอใจ ซึ่งวิชานี้เองทำให้เพื่อนๆ รู้ว่ามีเราเรียนอยู่คณะนี้ แหะๆ

พอมาถึงปีสาม เทอม 2 กลับมาคิดเรื่องอนาคตอีกครั้ง ง่าจบไปจะทำอะไรดี ในใจคิดแต่ “ไม่อยากเป็นลูกน้องคนอื่น” ช่วงนั้นก็เลยรับงานข้างนอกมาทำกับเพื่อนอีก 2 คน แต่ยอมรับเลยว่าโครตทุลักทุเล ด้วยความที่เราไม่มีประสบการณ์ ทำให้อะไรๆ ออกมาไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่อย่างน้อยเราก็เริ่มหาเงินเองได้บ้างแล้ว ช่วยลดภาระทางบ้านได้

พอถึงปีสุดท้ายทำโปรเจ็คจบ ก็เลือกที่จะทำเกม โดยใช้ Unity 3D ตอนนั้นศึกษาเองหมด จนออกมาเป็นเกมที่โอเคในระดับนึง 6 เต็ม 10 ในความคิดส่วนตัว ซึ่งต้องยอมรับว่า ใจตอนนั้นไม่ได้อยู่กับโปรเจ็คจบที่ทำเลย แต่กลับมานึกถึง Adsense Amazon จึงกลับไปศึกษาอีกรอบนึง ปรากฏว่าที่ไม่เข้าใจสมัยตอน ม.ปลาย เราสามารถเข้าใจได้แล้วและได้เริ่มลองทำดู แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรามีทุนน้อยอยู่ดี พอลองทำเดือนนึงไม่เห็นรายได้ จึงเลิกไป

สุดท้ายก็ดั้นด้นเรียนจนจบ และได้เข้าทำงานในบริษัทมัลติมีเดียแห่งนึง ซึ่งมีชื่อพอสมควร แต่ด้วยความที่เราไม่รู้ เหตุผลในการเลือกทำงานที่นี้เพราะ “ใกล้บ้าน” อย่างเดียวจริงๆ พอทำงานไปได้ซักพักก็นึกถึงความฝัน (จริงๆฝันมานานแล้วว่าอยากไปเที่ยวรอบโลก) แต่พอมาดูสิ่งที่ทำอยู่ก็คิดได้ว่า ทำแบบนี้เรื่อยๆ เราจะได้ไปเมื่อไหร่วะ เลยกลับเข้าไปฝั่งตัวใน Thaiseoboard อีกรอบนึง ซึ่งต้องบอกว่ารอบนี้เราทรหดพอสมควร เนื่องจาก ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น จากนั้นใช้เวลาอยู่กับแฟน ณ ตอนนั้น ทำให้บางทีกลับถึงบ้าน 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม เสร็จแล้วก็มาศึกษาข้อมูลต่อในเวบ จนถึง ตี 2 ตี 3 แล้วก็ตื่น 8 โมงเช้า วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ หมดไปกับการเลือกเสื้อผ้ามาขายออนไลน์ ซึ่งตอนนั้นได้ทำการขายเสื้อผ่าน FB ด้วย

จนสุดท้ายแล้วหลังจากศึกษาอยู่ 3 เดือนก็กลับมาลงมือทำอีกครั้งนึง ตอนนั้นใช้ AAA Wizard ทำ Amazon แบบมั่วๆ ได้มา $100 ก็ดีใจมาก พอลองทำอีกครั้งไม่ได้แล้ว เลยจัดการไล่ซื้อสคริปต์ที่มีทั้งหมดในตอนนั้นเลย หวังว่าคงมีซักอันที่ทำเงิน จนมาเจอของที่ถูกใจคือ 155 poster ได้มาก็มา Spam Blog Free ทั้งหลายเลย เดือนต่อมาก็ได้เป็น $1000 แต่ในที่สุดก็โดนไล่ลบ Blog Free ทั้งหมด ทีนี้เราก็มีทุนแล้ว เลยมาลองจดโดเมนทำบ้าง ปรากฏ เจ๊ง กินไข่ ทำจนท้อ จนอยากจะเลิกทำ เลยมีพี่ที่รู้จักคนนึง แนะนำให้พูดคุยกับพี่คนนึง ซึ่งพี่คนนี้มีบุญคุณกับผมมาก ตอนผมได้คุยครั้งแรกผมก็เอาเว็บผมให้เขาดูแต่ปรากฏว่า “คุณเอาเว็บผมไปดูดีกว่า ดูว่าต่างกันตรงไหน” แล้วพี่คนนั้นก็ส่งเว็บเค้ามาให้ดู พอได้เห็นก็รู้เลยว่า “เว็บเรามันอ่อนหัด” จากนั้นก็ทำการแก้ไขเว็บตัวเองทุกอย่าง พอผ่านมาสองอาทิตย์แทบไม่เชื่อ สายตาตัวเอง รายได้จาก $0 ต่อวัน ขยับมาเป็น $70 $100 $120 ต่อวันอย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นอย่างนั้นเรื่อยมาจนครบเดือน เลยลาออกจากงานประจำซะเลย ตอนนั้นทั้งตัวมีเงินเก็บ 30000 บาท ยอมรับว่าคิดสั้นมาก แต่ก็เอาวะ ตัดสินใจแล้ว เดือนแรก เดือนสอง ก็ผ่านไปด้วยดี พอมาเดือนสามเท่านั้นหละ Account Closed เจอ Amazon แบนซะ เจอแบบนี้ถึงกับเงิบเลย ไปต่อไม่เป็น แต่ยังพอมีเงินเก็บอยู่หกหลัก เลยถูๆไถๆ มาได้ต่ออีก 6 เดือน (ในช่วง 6 เดือนนั้นทำ Viglink> amazon ก็โดนแบนอีก ส่วนกับ Merchat อื่นๆ ยังไม่รู้จัก แต่เหมือนมีโชคช่วยคือ รู้ว่า Viglink มันคิดค่าคลิกด้วย เลยแอบจงใจปั่นคลิกเบาๆ ได้มา $3000 – $4000) จนเงินเก็บหมด แล้วก็มารู้จักกับ Prosperent

พอรู้จักกับ Prosperent ชีวิตก็เหมือนเจอแสงสว่างอีกครั้ง เหมือนได้เริ่มใหม่ พอเริ่มมีรายได้จาก Prosperent ก็กลับมาทำ Affiliate Amazon อีกครั้ง คราวนี่ทำตามคำแนะนำของพี่คนนั้นเลยปลอดภัยขึ้นจนถึงทุกวันนี้ พอเริ่มมีเงินเก็บ ก็เริ่มคิดขยายฐานรายได้ เลยลองจ้างคนมาช่วยทำงาน และลองทำงานตลาดใหม่ๆ นั้นก็คือ Mobile Apps

ตอนทำ Mobile Apps สามเดือนแรก อารมณ์เดียวกับทำ Amazon แรกๆเลย จนถึงขนาดเคยพูดว่า “ถ้าเดือนนี้ทำไม่ได้วันละ $10 จะเลิกทำ” มีพี่คนนึงก็พยายามสอน แต่ยอมรับว่ายังไม่เข้าใจ พอไม่เข้าใจเราก็เริ่มอ่านมากขึ้น ศึกษาเรื่อง ASO มากขึ้น จากวันละ $2 – $3 ก็กลายมาเป็น $200 – $300 ภายในเวลาเดือนนึง ก็ต้องขอบคุณพี่คนนั้น ถึงจะดูหยาบคายข้างนอก แต่ข้างในใจดีสุดๆ (คนละคนกับที่สอนทำ Amazon)

จากนั้นก็ทำงานทั้ง 2 อย่างคู่กันมาเรื่อยๆ เป็นงานหลัก เลยได้มาเขียนอะไรยาวๆ แบบนี้ บางครั้งก็ไม่รู้ว่าเวลาที่ผ่านมาเราเรียนเราศึกษาอะไรไป แล้วมันจะไปออกผลตอนนั้น เราไม่สามารถรู้ได้ เหมือนการเชื่อมจุดที่สตีฟ จ๊อบส์เคยพูดไว้ ตอนนั้นฟังครั้งแรกตอนปี 3 รู้ึกมีพลังนะ แต่ไม่เข้าใจ พอมาทุกวันนี้เข้าใจแล้ว มันคืออะไร ทุกวันนี้อาจยังไม่ได้มีมาก แต่มีพอที่จะทำความฝันได้แล้ว ต้องเรียกได้ว่า “ผมโชคดีจริงๆ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *