All posts by shadowalice

SEO ภาษาไทยกับเว็บรีวิวสินค้า 1 เว็บ

ใกล้จะสิ้นปีกันแล้วปีนี้คงกวาดรายได้กันไปไม่น้อยเลยใช่ไม๊ครับสำหรับคนไทยที่ทำ Internet Marketing ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Viglink, Prosperent, Mobile App, MMM และอื่นๆอีกมากมาย นับว่าเป็นปีทองทีเดียว เพราะมีอะไรให้ทำหลากหลายมาก สำหรับผมก็ถือว่าเป็นปีที่น่ายินดีเหมือนกัน ไว้สิ้นปีจะมาสรุปให้ฟังว่าทำอะไรไปบ้างและผลตอบลัพธ์เป็นยังไงนะครับ

SEO ภาษาไทย

ตอนนี้ผมมีโปรเจ็คสำหรับปีหน้าแล้วก็คือเว็บรีวิวสินค้าขนาดใหญ่ที่เป็นภาษาไทย ถ้านึกไม่ออกผมมีตัวอย่างครับคือ bestreviews.com ผมตั้งใจจะทำแบบเจ้าเว็บตัวอย่างนี้ในรูปแบบภาษาไทยเพราะเท่าที่ดู Seo Keyword ภาษาไทยในแต่ละคำถือว่าไม่แข็งแรงมาก เราสามารถที่จะทำได้ทุก Keyword เลย ถ้ามีโอกาสปีหน้าคงได้เห็นเจ้าเวบของผมที่ลักษณะคล้ายๆ bestreviews.com ในหน้า Search ในหลายๆ Keyword ครับ

อันนี้คือโปรเจ็คหลักเลยที่อยากทำให้ได้ ถามว่ายังปั่นไม๊ (การปั่นเว็บคือการทำเว็บปริมาณมากๆ ในเวลาสั้นๆ) ก็มีบ้างแต่ก็อยากจะปรับมาทำเว็บที่ราบได้ยั่งยืนบ้าง โดยเว็บไซต์นี้รายได้หลักๆ ที่คิดไว้คือ Affiliate Lazada และ Access Trader รวมกับ Adsense  ถ้าที่คิดไว้ทุกอย่างลงตัว ก็จะผุดอีกเว็บนึงเป็นแบบ Global World Wide คือขายให้ทุกประเทศในโลก แต่รายได้หลักไม่ใช่ Amazon แน่ๆ เอาไว้ถ้าได้จะมาบอกว่าผมทำอะไรนะครับ ตอนนี้ขอ Focus ที่เว็บภาษาไทยก่อน

แล้วพบกันตอนสิ้นปีอีก 1 บทความครับผม

ปัจจัยหลักในการเป็นผู้ชนะบน Search Engine

คำว่าผู้ชนะบน Search Engine (Google Search, Bing Search, Play Store and etc.) สำหรับผมคือ “การมีรายได้จาก Search Engine เข้ามาตามที่เราตั้งเป้าหมายหรือมากกว่าที่เราตั้งเป้าหมายไว้” พอคำนึงถึงปัจจัยหลักที่ทำให้เราชนะได้ ผมขอแยกออกเป็น 3 ข้อใหญ่ๆ ดังนี้

  • Volume (จำนวนของผู้ค้นหาคำนั้นๆ) สมมุติคุณสามารถทำอันดับคำว่า “วิธีลดน้ำหนัก” กับคำว่า “ฉันไม่รู้จะทำยังไง” ติดหน้าแรกได้ คุณจะเลือกทำคำไหน เอาแค่ปัจจัยเรื่องของปริมาณการค้นหาปัจจัยเดียวผมว่าทุกคนคงเลือก “วิธีลดน้ำหนัก” แน่นอนอยู่แล้ว แบบนี้น่าจะเห็นภาพได้ชัดเจนนะครับ
  • Earning (ผลตอบแทน) แน่นอนว่าหลักจากที่เราสามารถทำอันดับในผลการค้นหาให้อยู่ลำดับต้นๆ ได้ เราก็จะได้ผลตอบแทนตามมา ผมจะยกตัวอย่างอย่างง่ายก็คือ “วิธีลดน้ำหนัก” โดยคำนวณรายได้จาก Adsense อย่างเดียว ลองมาดูภาพกับครับ

    วิธีลดน้ำหนัก
    จะเห็นได้ว่า 1 คลิกของวิธีลดน้ำหนักถ้าคำนวณเป็น $ แล้วจะตกประมาณ $0.01 ต่อคลิกหรือต่ำกว่า มีปริมาณการ Search ต่อเดือนถึง 9900 คน สมมุติว่าทั้ง 9900 คน เข้ามาในเวบหรือ App ของเราทั้งหมดเลย (ซึ่งในความเป็นจริงแล้วจำนวนคนที่เข้ามาจะถูกลดหย่อนกันไปในแต่ละลำดับ)  และจะมีคนคลิกโฆษณา 2% (CTR 2%) เราก็จะคำนวณรายได้คร่าวๆ ได้คือ (9900*2/100)*0.01 = $1.98 ต่อเดือน หรือ 55 บาทต่อเดือนโดยประมาณนั้นเอง ก็ลองคิดดูว่าถ้าเราทำอันดับคำนี้อย่างเดียวได้รายได้จาก Adsense อย่างเดียวจะพอหรือเปล่า หรือควรหารายได้ทางอื่นเสริม

  • Competitor (คู่แข่ง) กรณีนี้ผมขอยกตัวอย่างคู่แข่ง “วิธีลดน้ำหนัก” บน Google Search เป็นตัวอย่างแล้วกันครับ
    มาดูทางฝั่ง Google Search ก่อน ผมใช้ LongTailPro Platinum ในการวิเคราะห์คู่แข่ง


    ค่าออกมาที่ 15 เรียกว่าค่อนข้างง่ายเลยทีเดียวในการทำอันดับคำนี้ ส่วนเรื่องปัจจัยที่ทาง LongTailPro นำมาคำนวณผมไม่ขอพูดถึงนะครับ เพราะใน Google มีคำตอบอยู่แล้ว

ถ้าเราอยากได้รายได้เท่าไหร่ ลองใช้ 3 ปัจจัยนี้ในการคำนวณรายได้ดูครับว่าเราจะลงแรงทำคำนี้มันคุ้มหรือเปล่า แล้วการเป็นผู้ชนะจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

บันทึกความหลัง

ย้อนไปสมัยเป็นนักเรียน ม.ปลาย ตอนนั้นที่บ้านลำบากมากๆ ช่วงนั้นน่าจะราวๆ ปี 2549 เห็นจะได้ เลยมีความคิดอยากหาเงินด้วยตัวเอง ในเวลานั้นไม่มีต้นทุนเลย เรียกได้ว่า 0 บาท จะไปหยิบยืมใครก็ลำบาก แต่เคยได้ยินแว่วๆ มาว่า มีคนทำงานออนไลน์แล้วได้เงิน เลยใช้คอมพิวเตอร์เก่าๆที่บ้านตัวนึง ค้นหาการสร้างรายได้โดยที่ใช้ทุนน้อย เลยไปเจอกับเว็บพวกคลิกโฆษณา คลิกอีเมลล์บ้าง หรือถ้าใครเคยทำไอ้โปรแกรมที่ต้องเปิดทิ้งไว้ทั้งวันถึงจะได้เงินขยับมาเซนต์นึงก็คงจะนึกออก ก็กัดฟันทำอยู่เดือนนึง พอมาดูรายได้กับยอดถอนเงินขั้นต่ำแล้วก็คิดในใจว่า “กูต้องทำไปอีกกี่ปีวะเนี่ย ถึงจะถอนเงินได้” ก็เลยหยุดทำ แล้วมาค้นหาต่อว่าเราสามารถที่จะมีรายได้ออนไลน์ได้ยังไง จนมาเจอ thaiseoboard ช่วงนั้นยอมรับว่า “อ่านแล้วไม่เข้าใจเลย” มันคือไรวะ Adsense คือไรวะ Amazon คือไรวะ งงไปหมด ซึ่งจมปลักกับเวลาที่ใช้ไปตรงนั้นนานมาก ไหนจะสร้างเ็บ จดโดเมน เปิดบัญชี ทำนี้ทำนั้น งงไปหมด เลยตัดสินใจไม่เอาแล้ว พอดีกว่า แล้วก็ไปหารายได้ทางอื่นที่มันไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ จนในที่สุดก็มีวันที่พลาด ก็ได้พ่อกับแม่นี่หละที่เข้าใจเรา จนผ่านจุดนั้นมาได้ จนมาถึงช่วงสอบเอนซ์เข้ามหาลัยเลยหยุดคิดเรื่องนี้ไป

พอได้เรียนในรั่วมหาวิทยาลัย ก็ค้นพบว่า “นี่มันไม่ใช่สิ่งที่กูคิดนี่หว่า” เลยโดดตลอด ปีแรกผ่านไปก็เอาตัวรอดมาได้แบบงง ต้องขอบคุณเพื่อนคนนึงที่คอยเป็นธุระให้เวลามีปัญหา พอปีสองก็ซ้ำรอยปีแรกเหมือนเดิม โดดตลอด ไปนั่งเล่นเกมดีกว่า แล้วก็ผ่านปีสองมาได้แบบงง ทั้ง แคลคูลัส ฟิสิกส์ เคมี ผ่านมาหมดโดยการ อ่านก่อนสอบและเดาล้วนๆ แต่ช่วงปีสองก็ได้ค้นพบว่าเราพอมีทักษะทางด้านโปรแกรมมิ่งอยู่เล็กน้อย ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย

พอมาถึงปีสาม วิชาพื้นฐานทั้งหมดได้ผ่านพ้นไป และได้มีวิชาที่น่าสนใจคือเขียนเกมเข้ามา แต่พอไปเรียนจริงๆ ก็ค้นพบว่า “ไอ้ irrlicht engine” มันคือไรวะ ทำไมไม่เหมือน “Rpg Maker” ที่กุเคยทำเลย แม่งภาษา C ทั้งนั้น ซึ่งตอนนั้นยอมรับเลยว่าไม่เป็น แต่ผลบุญที่ทำไว้ในอดีตช่วยนั้นก็คือ “วิชาค้นหาข้อมูลจาก Google” ทำให้เริ่มเรียนรู้ภาษา C ด้วยตัวเอง และก็ผ่านวิชานี้มาได้อย่างน่าพอใจ ซึ่งวิชานี้เองทำให้เพื่อนๆ รู้ว่ามีเราเรียนอยู่คณะนี้ แหะๆ

พอมาถึงปีสาม เทอม 2 กลับมาคิดเรื่องอนาคตอีกครั้ง ง่าจบไปจะทำอะไรดี ในใจคิดแต่ “ไม่อยากเป็นลูกน้องคนอื่น” ช่วงนั้นก็เลยรับงานข้างนอกมาทำกับเพื่อนอีก 2 คน แต่ยอมรับเลยว่าโครตทุลักทุเล ด้วยความที่เราไม่มีประสบการณ์ ทำให้อะไรๆ ออกมาไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่อย่างน้อยเราก็เริ่มหาเงินเองได้บ้างแล้ว ช่วยลดภาระทางบ้านได้

พอถึงปีสุดท้ายทำโปรเจ็คจบ ก็เลือกที่จะทำเกม โดยใช้ Unity 3D ตอนนั้นศึกษาเองหมด จนออกมาเป็นเกมที่โอเคในระดับนึง 6 เต็ม 10 ในความคิดส่วนตัว ซึ่งต้องยอมรับว่า ใจตอนนั้นไม่ได้อยู่กับโปรเจ็คจบที่ทำเลย แต่กลับมานึกถึง Adsense Amazon จึงกลับไปศึกษาอีกรอบนึง ปรากฏว่าที่ไม่เข้าใจสมัยตอน ม.ปลาย เราสามารถเข้าใจได้แล้วและได้เริ่มลองทำดู แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรามีทุนน้อยอยู่ดี พอลองทำเดือนนึงไม่เห็นรายได้ จึงเลิกไป

สุดท้ายก็ดั้นด้นเรียนจนจบ และได้เข้าทำงานในบริษัทมัลติมีเดียแห่งนึง ซึ่งมีชื่อพอสมควร แต่ด้วยความที่เราไม่รู้ เหตุผลในการเลือกทำงานที่นี้เพราะ “ใกล้บ้าน” อย่างเดียวจริงๆ พอทำงานไปได้ซักพักก็นึกถึงความฝัน (จริงๆฝันมานานแล้วว่าอยากไปเที่ยวรอบโลก) แต่พอมาดูสิ่งที่ทำอยู่ก็คิดได้ว่า ทำแบบนี้เรื่อยๆ เราจะได้ไปเมื่อไหร่วะ เลยกลับเข้าไปฝั่งตัวใน Thaiseoboard อีกรอบนึง ซึ่งต้องบอกว่ารอบนี้เราทรหดพอสมควร เนื่องจาก ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น จากนั้นใช้เวลาอยู่กับแฟน ณ ตอนนั้น ทำให้บางทีกลับถึงบ้าน 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม เสร็จแล้วก็มาศึกษาข้อมูลต่อในเวบ จนถึง ตี 2 ตี 3 แล้วก็ตื่น 8 โมงเช้า วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ หมดไปกับการเลือกเสื้อผ้ามาขายออนไลน์ ซึ่งตอนนั้นได้ทำการขายเสื้อผ่าน FB ด้วย

จนสุดท้ายแล้วหลังจากศึกษาอยู่ 3 เดือนก็กลับมาลงมือทำอีกครั้งนึง ตอนนั้นใช้ AAA Wizard ทำ Amazon แบบมั่วๆ ได้มา $100 ก็ดีใจมาก พอลองทำอีกครั้งไม่ได้แล้ว เลยจัดการไล่ซื้อสคริปต์ที่มีทั้งหมดในตอนนั้นเลย หวังว่าคงมีซักอันที่ทำเงิน จนมาเจอของที่ถูกใจคือ 155 poster ได้มาก็มา Spam Blog Free ทั้งหลายเลย เดือนต่อมาก็ได้เป็น $1000 แต่ในที่สุดก็โดนไล่ลบ Blog Free ทั้งหมด ทีนี้เราก็มีทุนแล้ว เลยมาลองจดโดเมนทำบ้าง ปรากฏ เจ๊ง กินไข่ ทำจนท้อ จนอยากจะเลิกทำ เลยมีพี่ที่รู้จักคนนึง แนะนำให้พูดคุยกับพี่คนนึง ซึ่งพี่คนนี้มีบุญคุณกับผมมาก ตอนผมได้คุยครั้งแรกผมก็เอาเว็บผมให้เขาดูแต่ปรากฏว่า “คุณเอาเว็บผมไปดูดีกว่า ดูว่าต่างกันตรงไหน” แล้วพี่คนนั้นก็ส่งเว็บเค้ามาให้ดู พอได้เห็นก็รู้เลยว่า “เว็บเรามันอ่อนหัด” จากนั้นก็ทำการแก้ไขเว็บตัวเองทุกอย่าง พอผ่านมาสองอาทิตย์แทบไม่เชื่อ สายตาตัวเอง รายได้จาก $0 ต่อวัน ขยับมาเป็น $70 $100 $120 ต่อวันอย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นอย่างนั้นเรื่อยมาจนครบเดือน เลยลาออกจากงานประจำซะเลย ตอนนั้นทั้งตัวมีเงินเก็บ 30000 บาท ยอมรับว่าคิดสั้นมาก แต่ก็เอาวะ ตัดสินใจแล้ว เดือนแรก เดือนสอง ก็ผ่านไปด้วยดี พอมาเดือนสามเท่านั้นหละ Account Closed เจอ Amazon แบนซะ เจอแบบนี้ถึงกับเงิบเลย ไปต่อไม่เป็น แต่ยังพอมีเงินเก็บอยู่หกหลัก เลยถูๆไถๆ มาได้ต่ออีก 6 เดือน (ในช่วง 6 เดือนนั้นทำ Viglink> amazon ก็โดนแบนอีก ส่วนกับ Merchat อื่นๆ ยังไม่รู้จัก แต่เหมือนมีโชคช่วยคือ รู้ว่า Viglink มันคิดค่าคลิกด้วย เลยแอบจงใจปั่นคลิกเบาๆ ได้มา $3000 – $4000) จนเงินเก็บหมด แล้วก็มารู้จักกับ Prosperent

พอรู้จักกับ Prosperent ชีวิตก็เหมือนเจอแสงสว่างอีกครั้ง เหมือนได้เริ่มใหม่ พอเริ่มมีรายได้จาก Prosperent ก็กลับมาทำ Affiliate Amazon อีกครั้ง คราวนี่ทำตามคำแนะนำของพี่คนนั้นเลยปลอดภัยขึ้นจนถึงทุกวันนี้ พอเริ่มมีเงินเก็บ ก็เริ่มคิดขยายฐานรายได้ เลยลองจ้างคนมาช่วยทำงาน และลองทำงานตลาดใหม่ๆ นั้นก็คือ Mobile Apps

ตอนทำ Mobile Apps สามเดือนแรก อารมณ์เดียวกับทำ Amazon แรกๆเลย จนถึงขนาดเคยพูดว่า “ถ้าเดือนนี้ทำไม่ได้วันละ $10 จะเลิกทำ” มีพี่คนนึงก็พยายามสอน แต่ยอมรับว่ายังไม่เข้าใจ พอไม่เข้าใจเราก็เริ่มอ่านมากขึ้น ศึกษาเรื่อง ASO มากขึ้น จากวันละ $2 – $3 ก็กลายมาเป็น $200 – $300 ภายในเวลาเดือนนึง ก็ต้องขอบคุณพี่คนนั้น ถึงจะดูหยาบคายข้างนอก แต่ข้างในใจดีสุดๆ (คนละคนกับที่สอนทำ Amazon)

จากนั้นก็ทำงานทั้ง 2 อย่างคู่กันมาเรื่อยๆ เป็นงานหลัก เลยได้มาเขียนอะไรยาวๆ แบบนี้ บางครั้งก็ไม่รู้ว่าเวลาที่ผ่านมาเราเรียนเราศึกษาอะไรไป แล้วมันจะไปออกผลตอนนั้น เราไม่สามารถรู้ได้ เหมือนการเชื่อมจุดที่สตีฟ จ๊อบส์เคยพูดไว้ ตอนนั้นฟังครั้งแรกตอนปี 3 รู้ึกมีพลังนะ แต่ไม่เข้าใจ พอมาทุกวันนี้เข้าใจแล้ว มันคืออะไร ทุกวันนี้อาจยังไม่ได้มีมาก แต่มีพอที่จะทำความฝันได้แล้ว ต้องเรียกได้ว่า “ผมโชคดีจริงๆ”

วิธีการหา Keyword มาทำ App ง่ายๆ

วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องการหา Keyword แบบง่ายๆ ของทาง Play Store กันนะครับ

ปกติการหา Keyword มาเพื่อสำหรับทำ App นั้นในปัจจุบันมีเครื่องมือหลายตัวให้เลือกใช้พอสมควร แล้วแต่ว่าใครถนัดเครื่องมือตัวไหน ซึ่งผมเองก็ใช้หลายๆ ตัวมาผสมกันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด ซึ่งจะว่าไปลูกเล่นในเรื่อง ASO ของฝั่ง Play Store มีเยอะมากทีเดียวครับ วันนี้ผมเลยจะเอา วิธีหา Keyword ของ Play Store ง่ายๆ มาฝาก ซึ่งหลายๆ คนน่าจะรู้อยู่แล้ว เอาเป็นว่าลองมาดูกันดีกว่าครับ

ASO

คุ้นๆ กันไม๊ครับ ใช่แล้วครับ นี่ก็คือ Keyword Suggestion เหมือนทางฝั่ง Google Search Engine นั้นเอง ที่นี้เราลองทำแบบนี้ครับ

ss+(2558-08-15+at+04.11.09) ss+(2558-08-15+at+04.11.27)

เราก็ไล่เลยครับ A-Z หรือใครจะเขียน imacro มาเก็บก็ไม่ว่ากันแต่ระวังโดนแบน ip นะครับ ทีนี้เราก็จะได้ Keyword Bird A-Z ไปทำ App กัน แต่เอามาแล้วจะเอาไปใช้เลยหรือจะวิเคราะห์ต่อก็ตามแต่เห็นสมควรนะครับ

เงินเก็บ 8 หลักก่อนอายุ 25 ปี เริ่มต้นจาก 0

bank-20795_640

จั่วหัวมาซะน่าตกใจเลย นึกว่าจะมาขายตรงหรือทำแชร์ลูกโซ่ เปล่าครับ ผมแค่มาแชร์ให้ฟังเฉยๆ ว่า มันเป็นไปได้นะ คุณจะเชื่อในสิ่งที่ผมกำลังจะบอกหรือไม่ ผมไม่สนใจ แต่เชื่อผมเถอะ มันเป็นไปได้ ถ้าคุณเอาจริงเอาจัง ขยันหาความรู้เสาะแสวงหา มีความเชื่อ โดยเริ่มจากไม่รู้อะไรเลย เวลา 3 ปีก็เพียงพอแล้วที่จะทำสิ่งนี้ได้

Read Full Post…

Pollfish อีกหนึ่งทางเลือกในการหารายได้จาก Mobile Apps.

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำการหารายได้อีกทางนึงจาก mobile app เป็นการหารายได้จากการติด survey หรือแบบสอบถามไว้ใน app ของเรานะครับ ซึ่งก็คือ Pollfish

หลายๆ คนที่ทำ mobile app ผ่านระบบของทาง Seattle Cloud (Appxygen, Createcoolapps ,…) นั้นคงเคยเห็นช่องที่ทางระบบเว้นไว้ให้ใส่เลขโฆษณาหรือเลข api ของทาง Pollfish ผ่านตากันมาบ้างนะครับ ซึ่งผมเองก็ได้ทดสอบติด Pollfish ลงใน app เหมือนกัน ผลปรากฏว่าเป็นที่น่าพอใจทีเดียวครับ

Pollfish Dashboard
เป็นรายได้ที่ไม่เยอะมากแต่ก็พอเอามาใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ดีเลยทีเดียว

โดยการที่ user เรากรอก survey แต่ละครั้ง pollfish จะจ่ายขั้นต่ำให้เราคือ $0.3 ต่อ 1 survey ก็คือว่าไม่เลวเลยทีเดียวนะครับ Pollfish จะจ่ายเงินให้เราทุกๆวันที่ 15 ของเดือน เช่น ถ้าเราทำยอดตอนมกราคม กลางกุมภาพันธ์เราก็จะได้เงินจาก Pollfish แล้วครับ โดยจ่ายผ่านทาง Paypal ส่วนลักษณะ ads ที่ Pollfish แสดงจะเป็นแบบ overlay ตามตำแหน่งที่เรากำหนดครับ ด้วยจะมีทั้งหมด 6 จุดคือ บน ซ้ายขวา กลาง ซ้ายขวา แล้วก็ ด้านล่าง ซ้ายขวา ลักษณะจะเป็น overlay หรือลอยอยู่บนเนื้อหาของ app เรา ถ้า user ไปกดก็จะมี overlay survey มาให้ user กรอกครับ และสามาถติดรวมกัน ads network เจ้าอื่นได้ด้วย

ถ้าหากสนใจสมัคร Pollfish สามารถสมัครได้ที่ http://www.pollfish.com/signup/dev/1185 ซึ่งเป็นลิงค์ต่อจากผมเอง ถ้าสมัครผ่าน

Apps เล็กๆ แต่รายได้ไม่เล็ก

วันนี้ผมจะมาพูดถึง App ของผมทางฝั่ง Android ตัวนึง เป็น App แนว information หรือ App ให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้งานนั้นเองครับ ทำไมผมถึงมาพูดถึง App ตัวนี้ เนื่องจากว่ามันทำรายได้ให้ผมมหาศาลมากสำหรับ 1 App ลองมาฟังเรื่องราวของ App ตัวนี้กันนะครับ

App นี้ ถูกส่งขึ้น Store ตอนต้นเดือนสิงหาคมปี 2557 ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลด 1,000,000 – 5,000,000 โหลด ลองเดากันดูไม๊ครับว่า App เล็กๆ แบบนี้ใช้เวลาทำเท่าไหร่ . . . . . . . . . . . 40 นาที ใช่ครับ 40 นาที แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือผมไม่ได้เป้นคนทำ App เอง อีกทั้งผมเองก็ไม่ได้เป็นคนส่งขึ้น Play Store เองอีก (สรุปมันทำอะไรเองบ้าง) ส่วนที่ผมทำคือ หา Keyword และ วิเคราะห์ Keyword ครับ ปัจจุบัน Application นี้ทำรายได้ให้ผม $700-$1,000 ต่อวัน ครับ 1 แอพ $1,000 ต่อวัน แต่ผมไม่อยากให้มองถึงรายได้นะครับ อยากให้มองถึงการเลือก Keyword การทำ SS การเขียน Description หรือเรียกรวมๆก็คือการทำ ASO นั้นเองครับ แล้วจะเข้าใจว่า App เล็กๆ อย่างเราก็สามารถมีรายได้ไม่เล็กได้นะครับ

ss+(2558-02-26+at+11.17.20)

ปัจจุบัน App นี้อยู่ใน Top 20 ในซัก Category นึงของ Play Store US แล้วอยู่ใน Top 500 ของ All category ใน Store US ครับ

เป้าหมายและพลังแห่งการดึงดูด

กฏแรงดึงดูด

จากบทความนี้ http://shadowalice.com/เป้าหมายในชีวิต/ ก็ได้ผ่านมาเกือบ 2 ปีครึ่งแล้ว สำหรับผม ผมคิดว่าผมสามารถทำ

1. อีก 3 ปีนับจากวันนี้ (7 ตุลาคม 2555) ผมจะต้องหารายได้ให้กับตัวเอง จนไม่ต้องกลับไปทำงานประจำอีก
– ณ ตอนนี้ผมคิดว่างานประจำไม่จำเป็นสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว

2. ผมจะต้องทำงานน้อยลงเรื่อยๆ ปล่อยให้เงินมาทำงานแทนให้ได้ภายใน 3 ปี
– ข้อนี้ผมกำลังทำอยู่และคิดว่าน่าจะทำได้แล้ว ดังนั้นข้อนี้จึงผ่าน

4. ผมอยากมีบ้านเล็กๆ ซักหลัง
– ผมมีพอที่จะซื้อบ้านได้ซักหลังแล้ว คิดว่าเร็วๆนี้คงได้ซื้อ

5. ผมอยากมีรถเปิดประทุนซักคันเอาไว้ขับกินลมเล่นแถบทางเหนือ
– ผมมีพอที่จะมีรถแล้ว ถ้าอยากได้ตอนไหนก็สามารถซื้อได้ ข้อนี้ก็ผ่าน

6. ผมอยากมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง (ในตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรดี)
– ผมคิดว่าทุกวันนี้ งานที่ผมทำอยู่ก็เหมือนธุรกิจเล็กๆ ของผมแล้ว ข้อนี้ก็ไม่เป็นปัญหา

ส่วนข้อ 3 “ผมอยากไปเที่ยวรอบโลกภายในไม่เกิน 5 ปี” เอาไว้ 5 ข้อข้างบนเต็ม 100% เมื่อไหร่ไปแน่นอน โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะทำได้ในปีที่ 3

ผมยอมรับว่าผมเป็นคนโชคดีคนนึง ที่ผมได้เพื่อนในการทำงานที่ดี ได้สังคมในการทำงานที่ดี ได้ครูที่ดี แม้ผมกับครูผมยังไม่เจอหน้ากันแต่เขาก็คอยเชื่อเหลือผมตลอด ผมจะมีวันนี้ไม่ได้เลยถ้าขาดคนคอยนำทางผม 2 คนนี้คือ …… ขอไม่ tag นะครับเดี๋ยวเดือดร้อน 🙂

ผมคิดว่าเมื่อเป้าหมายคุณชัดเจน และคุณ “อยาก” ที่จะทำมันจริงๆ ตัวคุณเองก็จะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตัวเอง ค่อยๆแปรสภาพ เพื่อสร้าง “เส้นทาง” แห่งความเป็นไปได้ สิ่งต่างๆ ที่เหมาะสมที่จะทำให้เป้าหมายของคุณเป็นจริง ก็จะค่อยๆ ทยอยเข้ามา เหมือนกับว่ามันได้ถูกเขียนบทไว้หมดแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่า สิ่งที่คุณคิด “เป็นไปไม่ได้” เพราะถ้าผมทำได้ “คุณ” ก็ทำได้

ปี 2014 สิ่งที่ได้มาและ สิ่งที่เสียไป

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของปี 2014 นะครับ มาดูกันดีกว่าปีนี้ผมได้ทำอะไรไปบ้าง

มกราคม
– เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นของปี เดือนแรกก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายครับ Amazon และ Prosperent ยังคงเป็นรายได้หลักของผมอยู่ เดือนนี้กำลังหัดทำ Mobile Apps อยู่ครับ ยังทำได้ไม่ถึงไหน ก็เริ่มท้อที่จะทำครับ ตอนแรกว่าจะหยุดทำเดือนนี้แล้ว แต่ก็ยังมีแรงใจทำต่อครับ เนื่องจากมีพี่คอยให้กำลังใจ

กุมภาพันธ์
– เดือนที่ 2 ของปีก็ยังไม่ได้ทำอะไรมากครับ Amazon ยังคงเป็นรายได้หลักของผมอยู่ แต่ว่าเดือนนี้ Mobile Apps(TM) ก็ทำรายได้ได้พอสมควรครับ แต่สุดท้ายก็โดนแบนหายวับไป แต่พอเริ่มเข้าใจหลักการแล้วครับว่าทำอย่างไรถึงทำเงินได้สำหรับ Mobile Apps

มีนาคม
– เดือนนี้ได้ไปสัมนา ASO – Crush The App Store ทำให้ตอกย้ำสิ่งที่เข้าใจในเดือนที่แล้วจากการทำ Mobile Apps ว่าเราเข้าใจถูกแล้ว ตาคนสัมนากับเราคิดไปในทางเดียวกันทำให้ได้รับความมั่นใจเพิ่มขึ้น สำหรับเดือนนี้รายได้จาก Mobile Apps สามารถขึ้นมาเท่ากับรายได้จาก Amazon ได้แล้ว อีกทั้งเดือนนี้ยังได้เพื่อนที่ห่างหายกันไปงานมาร่วมทำงานด้วย ทำให้งานดูมีสีสันมากขึ้น

เมษายน
– Mobile App รายได้แซง Amazon ในที่สุด เดือนนี้เหนื่อยตรงที่มีงานนอกเข้ามาด้วย แต่ก็ดีครับ ทำหลายๆอย่างไม่จำเจ

พฤษภาคม
– รายได้จาก Mobile App ทิ้งห่าง Amazon ไปเรื่อยๆ ทำให้ เนื้องานตั้งแต่เดือนนี้เน้นไปที่ Mobile App เป็น Main หลัก

มิถุนายน
– ได้ไปสัมนางาน Affiliate ที่ธนาคารกรุงเทพที่ไม่ได้จัดมานานแล้วทำให้เจอผู้คนมากมาย เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ในวงการ im มากหน้าหลายตา มึนงงไปหมดเลยครับ 55+ เดือนนี้ Focus ไปที่ Mobile App เป็นรายได้หลัก เดือนนี้ได้เพื่อนที่ห่างหายกันไปนานอีก 1 คนมานั่งทำงานด้วยครับ ทำให้การทำงานดูมีอะไรมากขึ้น

กรกฎาคม
– ได้ไปร่วมเข้า Appxygen Camp แบบงงๆ งานนี้ต้องขอบคุณเฮียก๊วงด้วยนะครับที่ให้ผมไปด้วย ได้ไปเจอเพื่อนๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดในการทำงานด้านเดียวกัน และได้ไปเที่ยว สนุกดีครับ ตอนนี้ Mobile App รายได้ทิ้งห่างรายได้จาก Amazon ไปเกิน 5 เท่าแล้ว

สิงหาคม
– เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการสร้างระบบครับ งานทุกอย่างที่เคยทำเองแทบไม่ได้ทำแล้วเนื่องจากมีทีมที่มาทำงานแทนให้หมด พร้อมทั้งมีคนคอยดูแลทีม 2 คน ทำให้เดือนนี้มีเวลาไปศึกษาอย่างอื่นเพิ่มเติมพอสมควรครับ

กันยายน
– เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความยากลำบากครับ จะเห็นได้มาผ่านมา 8 เดือนผมแทบไม่มีเรื่องแย่ๆเลย แต่เดือนนี้คุณพ่อผมล้มป่วยครับ เนื่องด้วยสาเหตุของโรคไตวายเฉียบพลัน ทำให้เดือนนี้ทั้งเดือนมีแต่โรงพยาบาลกับบ้านครับ งานผมแทบไม่ได้แตะเลย แต่โชคดีที่เดือนที่แล้วทำระบบไว้แล้วเลยไม่กระทบอะไรมากมาย

ตุลาคม
– ยังคงเข้าออกโรงพยาบาล บ้าน ศูนย์ฟอกไตเป็นว่าเล่นครับ แต่อาการของคุณพ่อดีขึ้น ทำให้ใจชื่นขึ้นมา เรื่องงานก็ยังเรื่อยๆนะครับ Mobile App เป็น Port 90% ของรายได้ Amazon เหลือแค่ 9%

พฤศจิกายน
– เดือนนี้คุณพ่ออาการดีขึ้นมากๆ แล้วแต่ก็มีบางครั้งที่ยังมีอาการผิดปกติบ้าง แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงมากครับ เดือนนี้รายได้ Mobile App กระโดดไปไกลมากๆ เกินที่คิดไว้เยอะเลยครับ ส่วน Black Friday ปีนี้ผมก็ทำนะครับ ทั้ง Amazon และ Viglink แต่ไม่ได้จริงจังมากเลยได้มาพอค่าขนมครับ แต่เดือนนี้ Viglink ได้แบนคนไทยครับ แต่ผมก็ไม่ได้อะไรมากเนื่องจากช่วงหลังไม่ได้ทำครับ เดือนนี้ได้เริ่มทำตลาดใหม่ๆ ที่เป็นรายได้ในระยะยาวมากขึ้นด้วยครับ แล้วก็ได้คนมาใช้ชีวิตด้วยกัน ทำให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้นมากเลยครับ ^^

ธันวาคม
– เดือนสุดท้ายของปี เป็นเดือนที่ทั้งดีและแย่ครับ ที่ดีคือรายได้ที่ได้มาเดือนนี้สูงสุดเท่าที่เคยทำ im มาครับ แต่มาวันคริสต์มาส ผมก็ต้องบอกลา Admob ของตัวเองครับ เนื่องจากรายได้กระโดดจากวันปกติไปสองเกือบสามเท่าทำให้ต้องมีอันลากันไป กับรายได้เจ็ดหลัก เครียดนะครับ แต่มีคนคอยให้กำลังใจและก็ทำไว้หลายตะกร้าเลยไม่เครียดมากครับ

สรุป
      ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว shadowalice.com/ปี-2013-สิ่งที่ได้มา-และ-สิ่ง/ ปีนี้เป็นปีที่ดีมากจริงๆครับทั้งปี ผมยินดีอย่างมากกับเรื่องราวภายในปีนี้ ถึงจะมีเรื่องแย่ๆบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกดีๆหมดไป หวังว่าในปี 2015 จะเป็นแบบเดิมอีกนะครับ ถ้าดีกว่าเดิมได้ก็จะยิ่งดีครับ สุดท้ายนี้ผมขอฝากอะไรไว้เล็กน้อยนะครับสำหรับปี 2014

“ทำงานคนเดียวมันก็ดีนะครับ แต่เหนื่อย ลองมาสร้างระบบในการทำงานกันครับ แล้วเอาคนมาใส่ในระบบ ลองคิดดูนะครับ ถ้าวันนึงไม่มีตัวเราอยู่แล้ว งานไม่เดิน รายได้ไม่มี แต่ถ้ามีระบบงานงานก็ยังดำเนินต่อไปได้ มันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน แล้วทำให้เรามีเวลาไปทำงานอื่นๆ ไปสร้างระบบอื่นๆให้คอยสร้างรายได้ให้เราได้อีกมากมายเลยนะครับ แล้วเรื่อง Multiple Stream Income(รายได้หลายทาง) ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ” 

flowchart

Top Publisher . . . Best Serve (Admob)

ว่ากันด้วยเรื่อง Admob นะครับ เคยสังเกตกันไหมครับว่า ทำไม Impression เราสูงขึ้นเรื่อยๆ เนี่ย RPM หรือ ECPM รวมถึง Fill Rate ก็จะเพิ่มตามไปด้วย ลองเปิดมาเทียบดูก็ได้ครับว่าผมพูดจริงไหม ทราบไหมครับว่าอะไรคือสาเหตุ ลองมาดูกรณีนี้กันครับ

priority

 

ว่ากันด้วยเรื่องของ Priority Queue

จริงๆ เรื่องนี้เข้าใจไม่ยากครับ คืออะไรสำคัญกว่า จะได้รับการบริการที่ดีก่อน  จากรูปเราจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยคนแรกเจ็บหนักที่สุดดังนั้นเขาจึงได้รับการบริการที่ก่อนคนอื่น ถ้าเราเทียบเคียงกรณีนี้กับ Admob เราจะเห็นได้ว่า ยิ่ง Impression + CTR ของเราดีเท่าไหร่ แปลว่า Traffic เรามีคุณภาพ Admob ก็อยากที่จะเป็น Partner กับเราต่อไป จริงๆ ผมว่า Ads Network ทุกๆตัว ก็น่าจะใช้เงื่อนไขการ Processing แบบนี้เหมือนๆ กัน ที่นี้เราจะทำอย่างไรดี ก็ง่ายๆครับ เพิ่ม Impression ให้สูงๆ กับทำ CTR ให้ได้ % สูงๆ เราก็จะได้ Ads ที่ดีมาแสดง  หลักการมีแค่นี้ครับ ที่เหลือก็ไปคิดกันต่อเอา จริงๆ ในกรณีนี้ผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียวนะครับ ลองอ่านดูในบอร์ดของเมืองนอกเขาก็คิดแบบเดียวกัน ลองตามไปอ่านกันดูครับ http://forums.makingmoneywithandroid.com/advertising-networks/1393-how-can-i-improve-my-admob-implementation-ecpm-so-low.html

ลองเอาไปปรับกันดูครับ