Big Picture สิ่งที่เราจะเป็นในอนาคต

deckchair-343265_640คุณเคยคิดไหมครับว่าในอีก 10 20 30  หรือ 40 ปีข้างหน้า คุณอยากจะมีชีวิตแบบไหน อยากใช้ชีวิตยังไง ถ้ายัง คุณควรจะคิดได้แล้วครับ

คนกลุ่มนึงที่กระทำสิ่งใดสิ่งนึง แล้วล้มเลิกไปกลางทาง หรือพอทำไม่สำเร็จก็หยุดไป กับคนอีกกลุ่มนึง ที่ถึงแม้พวกเขาจะยังทำไม่สำเร็จในครั้งแรก แต่เขาก็ยังไม่หยุดที่จะทำ จนกระทั่ง ประสบความสำเร็จ คุณว่าคน 2 กลุ่มนี้ต่างกันอย่างไรครับ สำหรับผม ผมว่าคนกลุ่มแรกเขาไม่มีภาพในอนาคตครับว่า ถ้าทำสำเร็จแล้วเราจะได้อะไร ยกตัวอย่างเช่น พนักงานประจำที่อยากจะออกมาเป็นเจ้าของกิจการ ความคิดหลักๆ ส่วนมากคือ เบื่องานประจำ อยากมีอะไรทำเป็นของตัวเอง อยากมีเวลา ซึ่งความคิดแบบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งผิดครับ แต่ถามว่าถูกไหมนั้น ผมว่าไม่ เพราะถ้าคุณออกมาแล้ว และได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการ แต่ว่าถ้ามันไม่สำเร็จหละครับ กิจการเจ๊ง ขาดทุนหรือประสบปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถทำต่อไปได้ คุณจะทำอย่างไร ทางออกในเรื่องนี้คือกลับไปทำงานประจำ จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ถูกตั้งแต่ความคิดตอนแรกของคุณแล้วครับ ผมจะยกอีกตัวอย่างนึงให้ดู พนักงานประจำอีกคนนึงมีความฝันว่า อีก 10 ปี เขาจะต้องมีบ้านกับรถ ให้ครอบครัวของเขาอยู่อย่างมีความสุข เขามองดูแล้วว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้ช่วยให้เขาไปถึงภาพในอนาคตของเขาได้ เขาจึงตัดสินใจออกจากงานประจำ เพื่อพาตัวเองไปกระทำในสิ่งที่สามารถทำให้ภาพในอนาคตของเข้านั้นเป็นจริงได้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาทำจะไม่สำเร็จ แต่ว่าเขายังมีภาพใหญ่ในอนาคต ที่เป็นตัวกำหนดทิศทางการทำงาน การดำเนินชีวิตของเขาไว้ เขาก็จะหาทางทำให้ภาพใหญ่ในอนาคตของเขาให้สำเร็จจนได้ พนักงานคนแรกต่างจากคนที่สองคือ เขาไม่มีภาพในอนาคตที่ตัวเขาอยากจะเป็นครับ พอสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันพังไป ก็เหมือนเรือที่ลอยอยู่ในทะเลแต่ไม่มีจุดหมาย ไม่ต่างกับชีวิตเราครับ เราควรมีที่จะมีภาพในชีวิตเราในอนาคตไว้ก่อนครับ แล้วมองว่าปัจจุบันที่เราเป็นอยู่สามารถทำให้ภาพของเราเป็นจริงได้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่ คุณต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วครับ ไม่อย่างนั้นภาพใหญ่ของคุณก็เป็นแค่ภาพในความคิด เพราะคุณไม่ลงมือวาดมันเสียที

แล้วตอนนี้คุณมีภาพใบใหญ่ของคุณหรือยังครับ

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *