Category Archives: บันทึกการเดินทาง

บันทึกการเดินทางในการหารายได้จากโลกออนไลน์ของ shadowalice

เงินเก็บ 8 หลักก่อนอายุ 25 ปี เริ่มต้นจาก 0

bank-20795_640

จั่วหัวมาซะน่าตกใจเลย นึกว่าจะมาขายตรงหรือทำแชร์ลูกโซ่ เปล่าครับ ผมแค่มาแชร์ให้ฟังเฉยๆ ว่า มันเป็นไปได้นะ คุณจะเชื่อในสิ่งที่ผมกำลังจะบอกหรือไม่ ผมไม่สนใจ แต่เชื่อผมเถอะ มันเป็นไปได้ ถ้าคุณเอาจริงเอาจัง ขยันหาความรู้เสาะแสวงหา มีความเชื่อ โดยเริ่มจากไม่รู้อะไรเลย เวลา 3 ปีก็เพียงพอแล้วที่จะทำสิ่งนี้ได้

Read Full Post…

Pollfish อีกหนึ่งทางเลือกในการหารายได้จาก Mobile Apps.

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำการหารายได้อีกทางนึงจาก mobile app เป็นการหารายได้จากการติด survey หรือแบบสอบถามไว้ใน app ของเรานะครับ ซึ่งก็คือ Pollfish

หลายๆ คนที่ทำ mobile app ผ่านระบบของทาง Seattle Cloud (Appxygen, Createcoolapps ,…) นั้นคงเคยเห็นช่องที่ทางระบบเว้นไว้ให้ใส่เลขโฆษณาหรือเลข api ของทาง Pollfish ผ่านตากันมาบ้างนะครับ ซึ่งผมเองก็ได้ทดสอบติด Pollfish ลงใน app เหมือนกัน ผลปรากฏว่าเป็นที่น่าพอใจทีเดียวครับ

Pollfish Dashboard
เป็นรายได้ที่ไม่เยอะมากแต่ก็พอเอามาใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ดีเลยทีเดียว

โดยการที่ user เรากรอก survey แต่ละครั้ง pollfish จะจ่ายขั้นต่ำให้เราคือ $0.3 ต่อ 1 survey ก็คือว่าไม่เลวเลยทีเดียวนะครับ Pollfish จะจ่ายเงินให้เราทุกๆวันที่ 15 ของเดือน เช่น ถ้าเราทำยอดตอนมกราคม กลางกุมภาพันธ์เราก็จะได้เงินจาก Pollfish แล้วครับ โดยจ่ายผ่านทาง Paypal ส่วนลักษณะ ads ที่ Pollfish แสดงจะเป็นแบบ overlay ตามตำแหน่งที่เรากำหนดครับ ด้วยจะมีทั้งหมด 6 จุดคือ บน ซ้ายขวา กลาง ซ้ายขวา แล้วก็ ด้านล่าง ซ้ายขวา ลักษณะจะเป็น overlay หรือลอยอยู่บนเนื้อหาของ app เรา ถ้า user ไปกดก็จะมี overlay survey มาให้ user กรอกครับ และสามาถติดรวมกัน ads network เจ้าอื่นได้ด้วย

ถ้าหากสนใจสมัคร Pollfish สามารถสมัครได้ที่ http://www.pollfish.com/signup/dev/1185 ซึ่งเป็นลิงค์ต่อจากผมเอง ถ้าสมัครผ่าน

Apps เล็กๆ แต่รายได้ไม่เล็ก

วันนี้ผมจะมาพูดถึง App ของผมทางฝั่ง Android ตัวนึง เป็น App แนว information หรือ App ให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้งานนั้นเองครับ ทำไมผมถึงมาพูดถึง App ตัวนี้ เนื่องจากว่ามันทำรายได้ให้ผมมหาศาลมากสำหรับ 1 App ลองมาฟังเรื่องราวของ App ตัวนี้กันนะครับ

App นี้ ถูกส่งขึ้น Store ตอนต้นเดือนสิงหาคมปี 2557 ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลด 1,000,000 – 5,000,000 โหลด ลองเดากันดูไม๊ครับว่า App เล็กๆ แบบนี้ใช้เวลาทำเท่าไหร่ . . . . . . . . . . . 40 นาที ใช่ครับ 40 นาที แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือผมไม่ได้เป้นคนทำ App เอง อีกทั้งผมเองก็ไม่ได้เป็นคนส่งขึ้น Play Store เองอีก (สรุปมันทำอะไรเองบ้าง) ส่วนที่ผมทำคือ หา Keyword และ วิเคราะห์ Keyword ครับ ปัจจุบัน Application นี้ทำรายได้ให้ผม $700-$1,000 ต่อวัน ครับ 1 แอพ $1,000 ต่อวัน แต่ผมไม่อยากให้มองถึงรายได้นะครับ อยากให้มองถึงการเลือก Keyword การทำ SS การเขียน Description หรือเรียกรวมๆก็คือการทำ ASO นั้นเองครับ แล้วจะเข้าใจว่า App เล็กๆ อย่างเราก็สามารถมีรายได้ไม่เล็กได้นะครับ

ss+(2558-02-26+at+11.17.20)

ปัจจุบัน App นี้อยู่ใน Top 20 ในซัก Category นึงของ Play Store US แล้วอยู่ใน Top 500 ของ All category ใน Store US ครับ

เป้าหมายและพลังแห่งการดึงดูด

กฏแรงดึงดูด

จากบทความนี้ http://shadowalice.com/เป้าหมายในชีวิต/ ก็ได้ผ่านมาเกือบ 2 ปีครึ่งแล้ว สำหรับผม ผมคิดว่าผมสามารถทำ

1. อีก 3 ปีนับจากวันนี้ (7 ตุลาคม 2555) ผมจะต้องหารายได้ให้กับตัวเอง จนไม่ต้องกลับไปทำงานประจำอีก
– ณ ตอนนี้ผมคิดว่างานประจำไม่จำเป็นสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว

2. ผมจะต้องทำงานน้อยลงเรื่อยๆ ปล่อยให้เงินมาทำงานแทนให้ได้ภายใน 3 ปี
– ข้อนี้ผมกำลังทำอยู่และคิดว่าน่าจะทำได้แล้ว ดังนั้นข้อนี้จึงผ่าน

4. ผมอยากมีบ้านเล็กๆ ซักหลัง
– ผมมีพอที่จะซื้อบ้านได้ซักหลังแล้ว คิดว่าเร็วๆนี้คงได้ซื้อ

5. ผมอยากมีรถเปิดประทุนซักคันเอาไว้ขับกินลมเล่นแถบทางเหนือ
– ผมมีพอที่จะมีรถแล้ว ถ้าอยากได้ตอนไหนก็สามารถซื้อได้ ข้อนี้ก็ผ่าน

6. ผมอยากมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง (ในตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรดี)
– ผมคิดว่าทุกวันนี้ งานที่ผมทำอยู่ก็เหมือนธุรกิจเล็กๆ ของผมแล้ว ข้อนี้ก็ไม่เป็นปัญหา

ส่วนข้อ 3 “ผมอยากไปเที่ยวรอบโลกภายในไม่เกิน 5 ปี” เอาไว้ 5 ข้อข้างบนเต็ม 100% เมื่อไหร่ไปแน่นอน โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะทำได้ในปีที่ 3

ผมยอมรับว่าผมเป็นคนโชคดีคนนึง ที่ผมได้เพื่อนในการทำงานที่ดี ได้สังคมในการทำงานที่ดี ได้ครูที่ดี แม้ผมกับครูผมยังไม่เจอหน้ากันแต่เขาก็คอยเชื่อเหลือผมตลอด ผมจะมีวันนี้ไม่ได้เลยถ้าขาดคนคอยนำทางผม 2 คนนี้คือ …… ขอไม่ tag นะครับเดี๋ยวเดือดร้อน 🙂

ผมคิดว่าเมื่อเป้าหมายคุณชัดเจน และคุณ “อยาก” ที่จะทำมันจริงๆ ตัวคุณเองก็จะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตัวเอง ค่อยๆแปรสภาพ เพื่อสร้าง “เส้นทาง” แห่งความเป็นไปได้ สิ่งต่างๆ ที่เหมาะสมที่จะทำให้เป้าหมายของคุณเป็นจริง ก็จะค่อยๆ ทยอยเข้ามา เหมือนกับว่ามันได้ถูกเขียนบทไว้หมดแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่า สิ่งที่คุณคิด “เป็นไปไม่ได้” เพราะถ้าผมทำได้ “คุณ” ก็ทำได้

ปี 2014 สิ่งที่ได้มาและ สิ่งที่เสียไป

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของปี 2014 นะครับ มาดูกันดีกว่าปีนี้ผมได้ทำอะไรไปบ้าง

มกราคม
– เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นของปี เดือนแรกก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายครับ Amazon และ Prosperent ยังคงเป็นรายได้หลักของผมอยู่ เดือนนี้กำลังหัดทำ Mobile Apps อยู่ครับ ยังทำได้ไม่ถึงไหน ก็เริ่มท้อที่จะทำครับ ตอนแรกว่าจะหยุดทำเดือนนี้แล้ว แต่ก็ยังมีแรงใจทำต่อครับ เนื่องจากมีพี่คอยให้กำลังใจ

กุมภาพันธ์
– เดือนที่ 2 ของปีก็ยังไม่ได้ทำอะไรมากครับ Amazon ยังคงเป็นรายได้หลักของผมอยู่ แต่ว่าเดือนนี้ Mobile Apps(TM) ก็ทำรายได้ได้พอสมควรครับ แต่สุดท้ายก็โดนแบนหายวับไป แต่พอเริ่มเข้าใจหลักการแล้วครับว่าทำอย่างไรถึงทำเงินได้สำหรับ Mobile Apps

มีนาคม
– เดือนนี้ได้ไปสัมนา ASO – Crush The App Store ทำให้ตอกย้ำสิ่งที่เข้าใจในเดือนที่แล้วจากการทำ Mobile Apps ว่าเราเข้าใจถูกแล้ว ตาคนสัมนากับเราคิดไปในทางเดียวกันทำให้ได้รับความมั่นใจเพิ่มขึ้น สำหรับเดือนนี้รายได้จาก Mobile Apps สามารถขึ้นมาเท่ากับรายได้จาก Amazon ได้แล้ว อีกทั้งเดือนนี้ยังได้เพื่อนที่ห่างหายกันไปงานมาร่วมทำงานด้วย ทำให้งานดูมีสีสันมากขึ้น

เมษายน
– Mobile App รายได้แซง Amazon ในที่สุด เดือนนี้เหนื่อยตรงที่มีงานนอกเข้ามาด้วย แต่ก็ดีครับ ทำหลายๆอย่างไม่จำเจ

พฤษภาคม
– รายได้จาก Mobile App ทิ้งห่าง Amazon ไปเรื่อยๆ ทำให้ เนื้องานตั้งแต่เดือนนี้เน้นไปที่ Mobile App เป็น Main หลัก

มิถุนายน
– ได้ไปสัมนางาน Affiliate ที่ธนาคารกรุงเทพที่ไม่ได้จัดมานานแล้วทำให้เจอผู้คนมากมาย เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ในวงการ im มากหน้าหลายตา มึนงงไปหมดเลยครับ 55+ เดือนนี้ Focus ไปที่ Mobile App เป็นรายได้หลัก เดือนนี้ได้เพื่อนที่ห่างหายกันไปนานอีก 1 คนมานั่งทำงานด้วยครับ ทำให้การทำงานดูมีอะไรมากขึ้น

กรกฎาคม
– ได้ไปร่วมเข้า Appxygen Camp แบบงงๆ งานนี้ต้องขอบคุณเฮียก๊วงด้วยนะครับที่ให้ผมไปด้วย ได้ไปเจอเพื่อนๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดในการทำงานด้านเดียวกัน และได้ไปเที่ยว สนุกดีครับ ตอนนี้ Mobile App รายได้ทิ้งห่างรายได้จาก Amazon ไปเกิน 5 เท่าแล้ว

สิงหาคม
– เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการสร้างระบบครับ งานทุกอย่างที่เคยทำเองแทบไม่ได้ทำแล้วเนื่องจากมีทีมที่มาทำงานแทนให้หมด พร้อมทั้งมีคนคอยดูแลทีม 2 คน ทำให้เดือนนี้มีเวลาไปศึกษาอย่างอื่นเพิ่มเติมพอสมควรครับ

กันยายน
– เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความยากลำบากครับ จะเห็นได้มาผ่านมา 8 เดือนผมแทบไม่มีเรื่องแย่ๆเลย แต่เดือนนี้คุณพ่อผมล้มป่วยครับ เนื่องด้วยสาเหตุของโรคไตวายเฉียบพลัน ทำให้เดือนนี้ทั้งเดือนมีแต่โรงพยาบาลกับบ้านครับ งานผมแทบไม่ได้แตะเลย แต่โชคดีที่เดือนที่แล้วทำระบบไว้แล้วเลยไม่กระทบอะไรมากมาย

ตุลาคม
– ยังคงเข้าออกโรงพยาบาล บ้าน ศูนย์ฟอกไตเป็นว่าเล่นครับ แต่อาการของคุณพ่อดีขึ้น ทำให้ใจชื่นขึ้นมา เรื่องงานก็ยังเรื่อยๆนะครับ Mobile App เป็น Port 90% ของรายได้ Amazon เหลือแค่ 9%

พฤศจิกายน
– เดือนนี้คุณพ่ออาการดีขึ้นมากๆ แล้วแต่ก็มีบางครั้งที่ยังมีอาการผิดปกติบ้าง แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงมากครับ เดือนนี้รายได้ Mobile App กระโดดไปไกลมากๆ เกินที่คิดไว้เยอะเลยครับ ส่วน Black Friday ปีนี้ผมก็ทำนะครับ ทั้ง Amazon และ Viglink แต่ไม่ได้จริงจังมากเลยได้มาพอค่าขนมครับ แต่เดือนนี้ Viglink ได้แบนคนไทยครับ แต่ผมก็ไม่ได้อะไรมากเนื่องจากช่วงหลังไม่ได้ทำครับ เดือนนี้ได้เริ่มทำตลาดใหม่ๆ ที่เป็นรายได้ในระยะยาวมากขึ้นด้วยครับ แล้วก็ได้คนมาใช้ชีวิตด้วยกัน ทำให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้นมากเลยครับ ^^

ธันวาคม
– เดือนสุดท้ายของปี เป็นเดือนที่ทั้งดีและแย่ครับ ที่ดีคือรายได้ที่ได้มาเดือนนี้สูงสุดเท่าที่เคยทำ im มาครับ แต่มาวันคริสต์มาส ผมก็ต้องบอกลา Admob ของตัวเองครับ เนื่องจากรายได้กระโดดจากวันปกติไปสองเกือบสามเท่าทำให้ต้องมีอันลากันไป กับรายได้เจ็ดหลัก เครียดนะครับ แต่มีคนคอยให้กำลังใจและก็ทำไว้หลายตะกร้าเลยไม่เครียดมากครับ

สรุป
      ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว shadowalice.com/ปี-2013-สิ่งที่ได้มา-และ-สิ่ง/ ปีนี้เป็นปีที่ดีมากจริงๆครับทั้งปี ผมยินดีอย่างมากกับเรื่องราวภายในปีนี้ ถึงจะมีเรื่องแย่ๆบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกดีๆหมดไป หวังว่าในปี 2015 จะเป็นแบบเดิมอีกนะครับ ถ้าดีกว่าเดิมได้ก็จะยิ่งดีครับ สุดท้ายนี้ผมขอฝากอะไรไว้เล็กน้อยนะครับสำหรับปี 2014

“ทำงานคนเดียวมันก็ดีนะครับ แต่เหนื่อย ลองมาสร้างระบบในการทำงานกันครับ แล้วเอาคนมาใส่ในระบบ ลองคิดดูนะครับ ถ้าวันนึงไม่มีตัวเราอยู่แล้ว งานไม่เดิน รายได้ไม่มี แต่ถ้ามีระบบงานงานก็ยังดำเนินต่อไปได้ มันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน แล้วทำให้เรามีเวลาไปทำงานอื่นๆ ไปสร้างระบบอื่นๆให้คอยสร้างรายได้ให้เราได้อีกมากมายเลยนะครับ แล้วเรื่อง Multiple Stream Income(รายได้หลายทาง) ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ” 

flowchart

Top Publisher . . . Best Serve (Admob)

ว่ากันด้วยเรื่อง Admob นะครับ เคยสังเกตกันไหมครับว่า ทำไม Impression เราสูงขึ้นเรื่อยๆ เนี่ย RPM หรือ ECPM รวมถึง Fill Rate ก็จะเพิ่มตามไปด้วย ลองเปิดมาเทียบดูก็ได้ครับว่าผมพูดจริงไหม ทราบไหมครับว่าอะไรคือสาเหตุ ลองมาดูกรณีนี้กันครับ

priority

 

ว่ากันด้วยเรื่องของ Priority Queue

จริงๆ เรื่องนี้เข้าใจไม่ยากครับ คืออะไรสำคัญกว่า จะได้รับการบริการที่ดีก่อน  จากรูปเราจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยคนแรกเจ็บหนักที่สุดดังนั้นเขาจึงได้รับการบริการที่ก่อนคนอื่น ถ้าเราเทียบเคียงกรณีนี้กับ Admob เราจะเห็นได้ว่า ยิ่ง Impression + CTR ของเราดีเท่าไหร่ แปลว่า Traffic เรามีคุณภาพ Admob ก็อยากที่จะเป็น Partner กับเราต่อไป จริงๆ ผมว่า Ads Network ทุกๆตัว ก็น่าจะใช้เงื่อนไขการ Processing แบบนี้เหมือนๆ กัน ที่นี้เราจะทำอย่างไรดี ก็ง่ายๆครับ เพิ่ม Impression ให้สูงๆ กับทำ CTR ให้ได้ % สูงๆ เราก็จะได้ Ads ที่ดีมาแสดง  หลักการมีแค่นี้ครับ ที่เหลือก็ไปคิดกันต่อเอา จริงๆ ในกรณีนี้ผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียวนะครับ ลองอ่านดูในบอร์ดของเมืองนอกเขาก็คิดแบบเดียวกัน ลองตามไปอ่านกันดูครับ http://forums.makingmoneywithandroid.com/advertising-networks/1393-how-can-i-improve-my-admob-implementation-ecpm-so-low.html

ลองเอาไปปรับกันดูครับ

Black Friday 2014 เทศกาลทำเงินของเหล่า Internet Marketing

ในปีนี้สำหรับผม ผมรู้สึกเวลาผ่านไปไวมาก ตั้งแต่ช่วง Black Friday ปีที่แล้ว มาช่วงต้นปีที่เริ่มรู้จัก Mobile Apps มาถึงกลางปีที่ทุกอย่างดูไปได้สวยในตอนนี้ เหมือนแค่ช่วงอึดใจเดียวจริงๆ ซึ่ง ณ ตอนนี้เองดูเหมือน Mobile Apps จะได้รับความสนใจจาก Internet Marketing ในเมืองไทยอย่างมาก เนื่องจากกำลังเป็นเทรนด์ขาขึ้นและยังสามารถทำเงินได้ง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วเราก็ยังพึ่ง Google เป็นหลักอยู่ดี ไม่ว่าจะทำ Website หรือ Android Apps เรายังคงต้องอาศัย Algorithm เจ้าอารมณ์ของ Google ในการทำ Ranking ที่ดีในผลการค้นหาเช่นกัน

Black-Friday-photography-deals

เกรินมาซะยาว จริงๆแล้วผมยังมองว่า ในเวลานี้ยังไงตอน Black Friday ผมยังยกให้ Amazon เป็นอันดับ 1 ในเรื่องของความง่ายในการทำเงินช่วงสิ้นปีสำหรับนักทำ Website ไม่ว่าจะปั่น ปั้น หรือสายขาวก็ตาม ลองลงมาก็อาจเป็นตลายที่หลายคนชื่นชอบทั้ง Payday loan หรือในส่วนของร้านค้าเจ้าอื่นๆที่อยู่ใน Affiliate Network ที่คนไทยนิยมกันดีอย่าง Viglink และ Prosperent ที่ค่อนข้างมั่นใจว่าได้เงินแน่ๆ


amazon-logo-2 prosperent-logo-whiteAndroid_robot.svg
สำหรับตัวผมเองสิ้นปีนี้ผมตั้งใจจะทำทั้ง Amazon ที่เป็นถนนคนกล้า และ Prosperent เจ้าพ่อคืนของ รวมถึง Mobile Apps ด้วยเช่นกัน ในมุมมองของผมคิดว่า Traffic จาก Mobile Apps. เชิงปริมาณนั้นมีปริมาณมหาศาลมากถ้าเทียบกัน 1 ต่อ 1 หน่วยกับ Website เชิงปริมาณ ลองจินตนาการดูว่าถ้าเราสามารถนำ Traffic Mobile Apps มา Convert ได้มากกว่าค่า Ads. เราจะมีรายได้ขนาดไหน ผมว่าน่าสนใจทีเดียวครับ แต่ในส่วนของ Website เชิงปริมาณก็มองข้ามไม่ได้เช่นกัน

โดยรวมๆแล้วส่วนตัวผมคิดว่า ปีนี้น่าจะเป็นโอกาสอันดีทีเดียวในการทำ Website เชิงปริมาณ เนื่องด้วยความสนใจของคนส่วนใหญ่ตอนนี้มีไปทาง Mobile Apps. มากกว่า ยังไงก็วางแผนดีๆนะครับ ในปีนี้ผมค่อนข้างพร้อมทีเดียว

ขอให้โชคดีกับ Black Friday 2014 แล้วพบกันในบทความหน้าครับ

SEO กับ Keyword ไทย

เมื่อซัก 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะนี้เวลา 15.23 ผมได้ลองทำอันดับใน keyword ง่ายๆ คือคำว่า SEO กับ Keyword ไทย โดยการใช้ของฟรีอย่าง Facebook เป็นตัวทำอันดับ โดยผมได้ทำการทำให้ Facebook ใน keyword ที่ผมทดลอง index ทันที ผลปรากฏว่าอันดับเป็นที่น่าพอใจมาก ตามภาพครับ

seo กับ keyword ไทย

 

จะเห็นได้จากภาพว่า อยู่อันดับที่ 6 ในหน้าแรกของ Google.co.th ถ้าเรามาวิเคราะห์กันให้ลึกกว่านั้นจะพบว่า อะไรทำให้ seo กับ keyword ไทย ที่ใช้ facebook ถึงทำอันดับได้ดีขนาดนี้ โดยปัจจัยหลักๆเลยก็คือ

1. ความยากง่ายของ keyword คำนี้

2. ความเป็น authority ของตัว Facebook เองที่มีค่ามากๆ

โดยส่วนตัวผมแล้วผมมองว่าเพียง 2 สิ่งนี้ก็ทำให้ “seo กับ keyword ไทย” ที่ใช้ Facebook ทำ ทะยานอยู่หน้าแรกในผลการค้นหาได้สบาย ที่นี้ถ้าเป็น Website ส่วนตัวหละ จะสามารถทำได้ไม๊ ผมว่าบทความนี้เป็นคำตอบให้ทุกท่านได้เป็นอย่างดีนะครับ ^^

 

Subdomains VS Subdirectories และ ความต่าง

Subdomains-vs-Subfolders

บทความนี้ผมแปลมาจาก www.mattcutts.com/blog/subdomains-and-subdirectories หรือพูดง่ายๆก็คือเป็นบทความของ Matt Cutts หัวหน้าปราบปรามเว็บไซต์แนวสแปมของ Google นั้นเอง โดยพูดถึงเรื่องของ Subdomains และ Subdirectories (Subfolders และ Subcategories)  ลองอ่านกันดูครับ

มันเป็นเรื่องเสียเวลามากในการถกเถียงกับว่าจะเรียก URL ของ เว็บไวต์แบบ subdomain.example.com/subdirectory ว่าเป็นแบบ  Subdomains หรือ Subdirectories ถ้าหากคุณยังไม่เข้าใจเรื่องนี้หรือยังไม่แน่ใจ ลองดูที่ tutorial on the parts of a URL

ในกรณีที่คุณใส่เนื้อหาใน subdirectories คุณสามารถที่จะโยกย้านมันไปยัง subdirectories อื่นได้อย่างง่ายได้ ต่างกับแบบ subdomains ที่สามารถทำได้ยากกว่า ซึ่งตอนผมสร้าง blog ครั้งแรก ผมก็ใช้แบบ subdirectories ในการเขียน blog เหมือนกัน (mattcutts.com /blog/) ผมพยายามทำทุกอย่างให้ดูง่ายที่สุด หรือจะดูตัวอย่างง่ายๆ เช่น

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา (ปี 2007) Google ได้ใช้สิ่งที่เรียกว่า Host Crowding ในการเก็บผลการค้นหามาแสดง ซึ่งมันทำงานได้ดีมากในการแสดงผล 1-2 ผลลัพพธ์จากแต่ละ subdomains แต่เราก็ได้รับการแจ้งมาว่า ในผลลัพธ์การค้นหาบางประเภท ผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาแสดงผลลัพธ์ของ Domain นึงมากเกินไป (ex. url ของสินค้า amazon) ดังนั้นเราเลยเปลี่ยนวิธีจัดลำดับผลการค้นหาแบบใหม่ขึ้นมา

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผลลัพธ์การค้นหาทั้งหมด เนื่องจากถ้าคำค้นหานั้นเป็นคำที่เฉพาะจริงๆ เช่น IBM เราก็จะแสดงผลลัพธ์ของเว็บไซต์ ibm.com ใน 1 หน้ามากกว่าเว็บไซต์อื่น เนื่องจากเราคาดว่าผู้ใช้ที่ค้นหาคำว่า IBM น่าจะต้องการเรื่องที่เกี่ยวกับเวบไซต์ IBM จริงๆ ซึ่งจริงๆแล้วการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นมาได้ 2 อาทิตยืแล้ว แต่ก็ไม่มีใครสงสัยสิ่งที่เกิดขึ้นเลย และเหตุผลเดียวที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูดคือ มีคนถามผมว่า Subdomains หรือ  Subdirectories ดีกว่ากัน

โดยส่วนตัวแล้วผมนิยมชอบใช้ subdirectories ในเว็บไซต์ผมมากกว่า ส่วน subdomains นั้นผมจะใช้ในกรณีที่เนื้อหาที่เราจะใส่ในเว็บไซต์ของเรานั้นแตกต่างจากเว็บไซต์หลักของเราโดยสิ้นเชิง อย่างเช่น google.com ก็ได้ใช้ subdomains ในการแยกความแตกต่างของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวออกจากกันเช่น translate.google.com, news.google.com หรือ maps.google.com เป็นต้น ดังนั้นหากคุณเป็น นักทำเว็บไซต์หรือนักทำ SEO มือใหม่ ผมขอแนะนำให้ใช้ subdirectories จนกว่าคุณจะมั่นใจในโครงสร้างเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นคุณน่าจะตัดสินใจได้แล้วว่าโครงสร้างเว็บไซต์ของคุณแบบไหนที่เหมาะสำหรับเว็บไซต์ของคุณเอง

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับบทความแปลนี้ หวังว่าจะได้ idea ในการวางโครงสร้างเว็บไซต์ไปไม่มากก็น้อยนะครับ ถึงบทความนี่จะเก่าไปหน่อย แต่รับรองว่าใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยแน่นอน แล้วพบกันบทความหน้าครับ

1 เดือนครึ่ง จาก 0 ถึง ? กับ Admob

จริงๆแล้วผมเริ่มทำ Mobile Apps มาประมาณ 3 เดือนครึ่งได้ (เริ่มส่ง Apps วันแรก 17/12/56) เริ่มจากได้วันละ $0 – $3 มาเป็นระยะเวลาเกือบๆ 2 อาทิตย์ (ทำแบบไม่ได้วิเคราะห์อะไรเท่าไหร่ อยากทำ Apps ไหนก็ทำ) จนในที่สุดรายได้มันน้อยจึงหันมาทำ Apps แบบสายดำอยู่ราวๆ 2 อาทิตย์ จากวันละ $x ก็ขยับมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันระ $x0 แต่ก็โดน Play Store เเบนจนได้ เพราะทำสายดำ TM นั้นเอง (Admob ยังอยู่ดี) จนหยุดทำไปราวๆ อาทิตย์นึง หลังจากนั้นเริ่มทำใหม่ ทำแบบใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น แล้วก็ได้คำแนะนำมาจาก ท่านจอมมารกระดุ๊กกระดิ๊ก สุดยอดปรมาจารย์สายดำแห่งยุค กับ Gabriel Machuret ที่ฟังแล้วน่าสนใจมาประกอบขึ้นเป็นวิทยายุทธตนเอง ตอนกลับมาทำใหม่ผมเริ่มส่ง Apps วันที่ 16/2/57 เริ่มใหม่จาก 0 จนปัจจุบันก็ตามภาพ (เอาภาพออกแล้วนะครับ)

 

 

จริงๆแล้วรายได้หรือยอดของผมขี้มดมากๆ เมื่อเทียบกับเทพๆหลายคน เอาไว้ซักวันผมจะตามไปให้ถึง ($x,xxx++)

ที่เอามาให้ดูนี้ไม่ได้ให้ตาลุกวาว แต่ผมต้องการจะสื่อว่า ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ใช้สติในการทำงานและเชื่อว่าเราทำได้ ความสำเร็จไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน แล้วพบกันใหม่ครับ