Category Archives: เป้าหมายในชีวิต

ความคิดที่จะรีโนเวท Blog ใหม่

ความคิดที่จะปรับปรุง Blog ใหม่ได้เข้ามาวนเวียนในหัวผม 3 4 วันแล้ว คำว่าปรับปรุง Blog ใหม่ในที่นี้คือจะทำให้เป็น Blog ให้ความรู้ ให้แนวคิด เกี่ยวกับการทำงาน Online คล้ายๆกับหนังสือที่ชื่อ The Millionaire Fast Lane หรือ เศรษฐีเลนด่วน ผมเชื่อว่าคงมีครแวะเวียนมาอ่าน Blog ผมพอประมาณ แต่อาจไม่เข้าใจว่าที่ผมเขียนกำลังสื่อถึงเรื่องอะไร และมีแนวคิดอะไรยังไง ผมเลยตั้งใจจะปรับปรุง blog ใหม่หมด แต่ยังคงเอกลักษณ์เดิมๆ ไว้คือ แนะแนวการทำงานและการวางแผนชีวิตไปในตัว คงมีผิดบ้างและถูกบ้างให้แต่ละคนนำไปปรับใช้กับตัวเอง

ในส่วนของระยะเวลาปรับปรุงนั้นเนื้อหาอันแรกน่าจะเป็นต้นเดือนหน้า เนื่องจากเดือนนี้ผมจะไม่ได้อยู่ไทยมากนักจึงอาจไม่ค่อยมีเวลาเขียน เอาเป็นว่าจะพยายามคลอดเนื้อหาแรกให้เร็วที่สุดแล้วกันครับ ส่วนหัวข้อแรกที่จะเขียนคงหนีไม่พ้น “หาเงินออนไลน์ ไม่ยากอย่างที่คิด”

เหลือเวลาอีกไม่นาน ภาพใหญ่ที่สุดที่เคยคิดจะเป็นจริง

ไม่ได้เขียน Blog ซะนานหลายเดือน วันนี้มีอารมณ์อยากเขียนเลยแวะมาเขียนซะหน่อย สำหรับโปรเจ็กต์ก่อนหน้านี้ก็ยังดำเนินอยู่นะครับ แต่ไม่ได้เขียนต่อเนื่องจากเหตุผลบางประการ

มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับตามหัวข้อ จริงๆผมอาจเคยนึกตอนแรกๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะคิดต่อว่าถ้าเรามีทรัพย์สินโดยรวมเท่านี้ เราเพียงพอแล้ว เนื่องจากสิ่งที่คิดตอนนั้นมันไกลจากเรามาก เสมือนเป็นแค่ความฝันว่าเราจะมี ณ ช่วงเวลานั้น ซึ่งน่าจะราวๆ 3-4 ปีมาแล้วเห็นจะได้ แต่ระหว่างทางก็แอบนึกถึงความฝันนี้อยู่เสมอๆ จนมาถึงเวลาปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่าซึ่งที่เราแอบฝัน ณ ตอนเริ่มแรก ใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาแล้ว ถ้ายังรักษาระดับแบบนี้ไว้ได้ อีก 4 หรือ 5 เดือนทุกอย่างก็จะสำเร็จ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ครับ

วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์เรื่องภาพก่อนความฝัน ทำไมเราต้องมีภาพที่ชัดก่อนที่ความฝันจะก่อตัวขึ้น ผมคิดว่าฝันของเรา หรือจินตนาการของเราจะก่อตัวขึ้นได้มันต้องมีเหตุ สำหรับผมภาพก่อนความฝันเกิดจากการคำนวณอย่างคร่าวๆ ผมจะลองยกตัวอย่างให้ดูครับ

ผมไม่ทราบว่ามีใครเคยคำนวณเงินทั้งหมดที่เราพึ่งมีเพื่อใช้ไปทั้งชีวิตหรือไม่ บางคนมีวิธีคำนวณแต่ตางออกไปแต่สำหรับผม ตัวอย่างที่ยกมาให้ดูก็คร่าวๆ ได้ประมาณนี้คือ อายุที่คิดว่าเราจะอยู่บนโลกรถอายุปัจจุบัน สมมุติผมอายุ 25 ผมกะว่าจะอยู่บนโลกจนถึง 70 ลบแล้วได้ 45 ปีที่จะต้องใช้ชีวิตบนโลก 45 ปีเนี่ยผมกะว่าถ้าผมมีเงินใช้เรื่อยๆ เดือนละ 40,000 ผมก็พอใจแล้ว (ในกรณีที่มีที่อยู่อาศัยและยานพาหนะเป็นของตัวเองแล้ว) ถ้าคิดรวมทั้งหมดก็ตกรวมแล้วๆ ได้ 45 * 12 * 40,000 = 21,600,000 บาท แม่เจ้า!! นี่ตีแบบคร่าวๆ ยังไม่รวมอัตรเงินเฟ้อราวๆ 1.5% – 2% ต่อปี ถือว่าเป็นเงินที่เยอะทีเดียว ทีนี้เรามีสองทางเลือกคือหาๆ แล้วเก็บให้ได้เท่านี้ หรือเอาไปลงทุนอะไรซักอย่างสะสมไปเรื่อยๆ แล้วรอให้มันออกดอกออกผลให้เดือนละ 40,000 บาท อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน ถ้าถามว่าแบบไหนเหนื่อยกว่า จริงๆตามความคิดผมผมว่ามันก็เหนื่อยทั้งสองแบบแหละครับ ไม่มีอะไรไม่เหนื่อยหรอก

มาถึงตอนนี้เราก็น่าจะได้ภาพใหญ่ของเราแล้ว ที่เหลือก็ลองหาวิธีการกันดูนะครับ ขอแค่ให้คุณเคยลองฝัน ผมเชื่อว่าซักวันฝันนั้นอาจเป็นจริงสำหรับคุณก็ได้

10 วันผ่านไปกับ Project Prototype

จากบทความ shadowalice.com/เกษียนเร็ว-และ-เกษียณรวย/ ก็ผ่านมา 10 วันแล้วนะครับ ลองมาดูผลงานกัน

**ขอเอารูปภาพออกครับ เนื่องจากเหตุผลบางประการ

ตอนนี้มีทั้งหมด 5 accounts ครับ รายได้ให้ดูที่ Yesterday รวมกันเป็นหลักก็ตกราวๆ $x0 เลยมานิดหน่อย แต่จะสังเกตได้ว่าใน Acc 04 รายได้เมื่อวานเป็น 0 เนื่องจากแอพคงโดนแบนไป คงต้องทำชดเชยมาในส่วนนี้แทน (คาดว่าเจ้าของ TM คงแจ้งแบนมา)

เดี๋ยวครบ 1 เดือนเรามาดูกันใหม่อีกรอบครับ

เป้าหมายและพลังแห่งการดึงดูด

กฏแรงดึงดูด

จากบทความนี้ http://shadowalice.com/เป้าหมายในชีวิต/ ก็ได้ผ่านมาเกือบ 2 ปีครึ่งแล้ว สำหรับผม ผมคิดว่าผมสามารถทำ

1. อีก 3 ปีนับจากวันนี้ (7 ตุลาคม 2555) ผมจะต้องหารายได้ให้กับตัวเอง จนไม่ต้องกลับไปทำงานประจำอีก
– ณ ตอนนี้ผมคิดว่างานประจำไม่จำเป็นสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว

2. ผมจะต้องทำงานน้อยลงเรื่อยๆ ปล่อยให้เงินมาทำงานแทนให้ได้ภายใน 3 ปี
– ข้อนี้ผมกำลังทำอยู่และคิดว่าน่าจะทำได้แล้ว ดังนั้นข้อนี้จึงผ่าน

4. ผมอยากมีบ้านเล็กๆ ซักหลัง
– ผมมีพอที่จะซื้อบ้านได้ซักหลังแล้ว คิดว่าเร็วๆนี้คงได้ซื้อ

5. ผมอยากมีรถเปิดประทุนซักคันเอาไว้ขับกินลมเล่นแถบทางเหนือ
– ผมมีพอที่จะมีรถแล้ว ถ้าอยากได้ตอนไหนก็สามารถซื้อได้ ข้อนี้ก็ผ่าน

6. ผมอยากมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง (ในตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรดี)
– ผมคิดว่าทุกวันนี้ งานที่ผมทำอยู่ก็เหมือนธุรกิจเล็กๆ ของผมแล้ว ข้อนี้ก็ไม่เป็นปัญหา

ส่วนข้อ 3 “ผมอยากไปเที่ยวรอบโลกภายในไม่เกิน 5 ปี” เอาไว้ 5 ข้อข้างบนเต็ม 100% เมื่อไหร่ไปแน่นอน โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะทำได้ในปีที่ 3

ผมยอมรับว่าผมเป็นคนโชคดีคนนึง ที่ผมได้เพื่อนในการทำงานที่ดี ได้สังคมในการทำงานที่ดี ได้ครูที่ดี แม้ผมกับครูผมยังไม่เจอหน้ากันแต่เขาก็คอยเชื่อเหลือผมตลอด ผมจะมีวันนี้ไม่ได้เลยถ้าขาดคนคอยนำทางผม 2 คนนี้คือ …… ขอไม่ tag นะครับเดี๋ยวเดือดร้อน 🙂

ผมคิดว่าเมื่อเป้าหมายคุณชัดเจน และคุณ “อยาก” ที่จะทำมันจริงๆ ตัวคุณเองก็จะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตัวเอง ค่อยๆแปรสภาพ เพื่อสร้าง “เส้นทาง” แห่งความเป็นไปได้ สิ่งต่างๆ ที่เหมาะสมที่จะทำให้เป้าหมายของคุณเป็นจริง ก็จะค่อยๆ ทยอยเข้ามา เหมือนกับว่ามันได้ถูกเขียนบทไว้หมดแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่า สิ่งที่คุณคิด “เป็นไปไม่ได้” เพราะถ้าผมทำได้ “คุณ” ก็ทำได้

เมื่อความต้องการไปให้ถึงเป้าหมายมีมากเป็นทวีคูณ

“เมื่เป้าหมายอเราเริ่มรู้สึกว่าเราอยากที่จะเข้าใกล้กับสิ่งที่เราฝันไว้เร็วเท่าไหร่ เรากลับยิ่งถอยห่างออกมา”

ในช่วงนี้จะเห็นผมหายหน้าหายตาไปสักพักเนื่องจากมีภารกิจสำคัญกำลังรอยู่ นั้นคือการทำตามเป้าหมายหลักของตัวเอง ในความจริงแล้วผมได้วางแผนเรื่องเป้าหมายของผมพร้อมทั้งระยะเวลาในการที่จะทำมันให้สำเร็จไว้เรียบร้อยแล้ว นั้นก็คืออีกประมาณสองปีนับจากนี้ แต่ ณ ขณะช่วงเวลานึง ผมได้รู้สึกว่ามันช้าไป ผมยังสามารถเร่งมันขึ้นมาได้ไวกว่านี้อีกหลายเท่า ถ้าใครมาเห็นการทำงานของผมช่วงก่อนหน้านี้จะเข้าใจว่าทำไม เนื่องจากในแต่ละวันผมใช้เวลาในการทำงานน้อยมาก บางวันแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็ยังมีรายได้เข้ามาพอประมาณ

ณ จุดนี้เอง ผมตระหนักถึงวงกลมวงใหญ่มากที่ที่ผมได้ยืนอยู่ใจกลาง และมองไปไม่เห็นเส้นรอบวงกำลังล้อมผมอยู่ พอผมตระหนักนึกได้แล้วทำให้เกิดความคิดขึ้นมาได้ว่า อยากจะลองก้าวข้ามเส้นรอบวงของวงกลมที่รอบผมอยู่อีกสักครั้งนึง ซึ่งผมจำได้ลางๆ ว่าในอดีต ผมเคยก้าวข้ามเส้นรอบวงทำนองนี้มาแล้วครั้งนึง แต่ในตอนนั้นเส้นรอบวงที่ล้อมรอบวงอยู่นั้นมันเด่นชัดมาก เลยไม่ยากเท่าไหร่ที่จะข้ามมันออกมา ต่างจากในตอนนี้ ผมมองไม่เห็นแม้กระทั่งเส้นที่ผมคิดว่าผมต้องข้าม ด้วยความรู้สึกแบบนี้แล้วถ้าผมมัวแต่เดินต่อไปอย่างช้าๆ ไม่รู้ว่าผมจะได้ข้ามเส้นเส้นนั้นเมื่อไหร่ เหมือนกับการที่เราปล่อยยานอวกาศเพื่อหาเส้นขอบของจักรวาล ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เราจะเจอขอบ สิ่งจริงๆแล้วขอบสมมุติที่ให้ก้าวผ่านนั้นมันอาจไม่มีอยู่จริงเลยก็ได้ แต่แล้วยังไงหละ ถ้าเราเดินไปเรื่อยๆ เราไม่มีทางเจอ หรืออาจเจอมันเมื่อตอนสายไปแล้ว แต่ในทางกลับกันถ้าเราออกวิ่งตั้งแต่ต้นยังไงก็เร็วกว่าเดิน ในขณะนี้ตัวผมเองมีความรู้สึกว่าผมต้องก้าวข้ามอะไรบางอย่างไป การทำตามเป้าหมายใน 2 ปี กลับกลายมาเหลือแค่ 1 ปี หรือไม่กี่เดือน ถ้าผมยังเดินอยู่ผมทำไม่ได้แน่ ดังนั้นผมต้องเริ่มออกวิ่งเสียที เป็นบริบทปฏิเสธกับประโยคข้างต้นอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นแล้วถ้าเห็นผมหายไปบ้างไม่ต้องตกใจ เพราะ “ผมวิ่งอยู่ข้างหน้าคุณ” 

ในเวลานี้เอง ผมตั้งใจที่จะทำงานหนักขึ้นเพื่อให้เป้าหมายขยับเข้ามาไวขึ้น ในความจริงแล้วผมแทบไม่ได้กำหนดเวลาอีกเลย เนื่องจากถ้าเป็นไปได้ ผมอยากถึงเป้าหมายของผมเดี๋ยวนี้ ดังนั้นผมวิ่งสุดแรงแน่นอน แล้วพบกันที่เส้นชัยครับ

Big Picture สิ่งที่เราจะเป็นในอนาคต

deckchair-343265_640คุณเคยคิดไหมครับว่าในอีก 10 20 30  หรือ 40 ปีข้างหน้า คุณอยากจะมีชีวิตแบบไหน อยากใช้ชีวิตยังไง ถ้ายัง คุณควรจะคิดได้แล้วครับ

คนกลุ่มนึงที่กระทำสิ่งใดสิ่งนึง แล้วล้มเลิกไปกลางทาง หรือพอทำไม่สำเร็จก็หยุดไป กับคนอีกกลุ่มนึง ที่ถึงแม้พวกเขาจะยังทำไม่สำเร็จในครั้งแรก แต่เขาก็ยังไม่หยุดที่จะทำ จนกระทั่ง ประสบความสำเร็จ คุณว่าคน 2 กลุ่มนี้ต่างกันอย่างไรครับ สำหรับผม ผมว่าคนกลุ่มแรกเขาไม่มีภาพในอนาคตครับว่า ถ้าทำสำเร็จแล้วเราจะได้อะไร ยกตัวอย่างเช่น พนักงานประจำที่อยากจะออกมาเป็นเจ้าของกิจการ ความคิดหลักๆ ส่วนมากคือ เบื่องานประจำ อยากมีอะไรทำเป็นของตัวเอง อยากมีเวลา ซึ่งความคิดแบบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งผิดครับ แต่ถามว่าถูกไหมนั้น ผมว่าไม่ เพราะถ้าคุณออกมาแล้ว และได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการ แต่ว่าถ้ามันไม่สำเร็จหละครับ กิจการเจ๊ง ขาดทุนหรือประสบปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถทำต่อไปได้ คุณจะทำอย่างไร ทางออกในเรื่องนี้คือกลับไปทำงานประจำ จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ถูกตั้งแต่ความคิดตอนแรกของคุณแล้วครับ ผมจะยกอีกตัวอย่างนึงให้ดู พนักงานประจำอีกคนนึงมีความฝันว่า อีก 10 ปี เขาจะต้องมีบ้านกับรถ ให้ครอบครัวของเขาอยู่อย่างมีความสุข เขามองดูแล้วว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้ช่วยให้เขาไปถึงภาพในอนาคตของเขาได้ เขาจึงตัดสินใจออกจากงานประจำ เพื่อพาตัวเองไปกระทำในสิ่งที่สามารถทำให้ภาพในอนาคตของเข้านั้นเป็นจริงได้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาทำจะไม่สำเร็จ แต่ว่าเขายังมีภาพใหญ่ในอนาคต ที่เป็นตัวกำหนดทิศทางการทำงาน การดำเนินชีวิตของเขาไว้ เขาก็จะหาทางทำให้ภาพใหญ่ในอนาคตของเขาให้สำเร็จจนได้ พนักงานคนแรกต่างจากคนที่สองคือ เขาไม่มีภาพในอนาคตที่ตัวเขาอยากจะเป็นครับ พอสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันพังไป ก็เหมือนเรือที่ลอยอยู่ในทะเลแต่ไม่มีจุดหมาย ไม่ต่างกับชีวิตเราครับ เราควรมีที่จะมีภาพในชีวิตเราในอนาคตไว้ก่อนครับ แล้วมองว่าปัจจุบันที่เราเป็นอยู่สามารถทำให้ภาพของเราเป็นจริงได้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่ คุณต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วครับ ไม่อย่างนั้นภาพใหญ่ของคุณก็เป็นแค่ภาพในความคิด เพราะคุณไม่ลงมือวาดมันเสียที

แล้วตอนนี้คุณมีภาพใบใหญ่ของคุณหรือยังครับ

 

 

ชีวิตของคุณ ดีแล้วหรือยัง?

1538914_582277101864920_1878350593_n               หลายๆ คนอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยากมีความสุขในการดำเนินชีวิต อยากมีอิสระ อยากมีเงินทอง อยากมีร่างกายที่แข็งแรง พวกเขาต่างแสวงหาหรือต้องการสิ่งเหล่านั้น แต่พฤติกรรมในการใช้ชีวิตไปในแต่ละวันไปในทางตรงข้ามกับสิ่งที่เขาต้องการ ต้องตื่นเช้ามาด้วยความเคร่งเครียด เร่งรีบ และเบียดแย่งกันใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดกับคนที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแบบเดียวกัน ใช้เวลา 1 วัน, 1 เดือน, 1 ปี หรือ อาจเป็น 10 ปี เพื่อเสาะแสวงหาสิ่งที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น บางคนพูดว่า “เมื่อไหร่ชีวิตจะสบาย” หรือ “ไม่อยากมีหนี้สิ้น” หรือ “ถ้าเรามีเงินเยอะกว่านี้ ชีวิตเราคงมีความสุขกว่านี้” คำพูดเดิมๆแต่ถูกพูดซ้ำๆโดยคนหลายคน แต่ไม่เลยที่เขาจะหยุดพูดและเปลี่ยนเป็นการคิดแทน คิดว่ากิจกรรมในแต่ละวันที่เราได้กระทำอยู่ ได้ส่งเสริมให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่ หรือถ้าคำตอบคือใช่ แต่ต้องรออีก 5 ปี หรือ 10 ปี ผมว่าควรจะพิจารณากิจกรรมเหล่านั้นได้แล้ว เพราะ “เวลา” เป็นสิ่งเดียวที่พอผ่านไปแล้วมันไม่กลับมาอีก ไม่มีหนทางกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วได้ ต่างจาก “เงิน” ที่เราสามารถหาใหม่ได้เรื่อยๆ ถึงแม้จะใช้จนหมดก็ตาม ผมไม่ได้บอกว่า “เงิน” ไม่สำคัญ ผมอยากจะสื่อว่า “เวลา” สำคัญที่สุด ลองถามตัวคุณเองว่าที่ทำอยู่ทุกๆวันนี้ มีความสุขไหม โอเคไหม เราเปลี่ยนแปลงมันได้ไหม ถ้าคำตอบคือได้ ก็เปลี่ยนเลยครับ อย่ารอ หรือถ้าคำตอบคือไม่ได้ ให้ลองถามตัวเองว่า เราจะมองหาความสุขในชีวิตจากสิ่งที่เราทำได้ยังไง วการเร่งรีบ เคร่งเครียดในบางที มันอาจทำให้คุณพลาดกับสิ่งดีๆ ในชีวิตที่อยู่รอบๆตัวคุณไปอย่างน่าเสียดาย ลองหยุดแล้วมองดูครับ ผมว่าโลกเรานี้ยังมีสิ่งดีๆ ที่ทำให้เรายิ้มได้อีกเยอะ ผมเชื่อในเรื่องที่ว่า สังคมรอบข้างเราเป็นยังไง ก็จะส่งผลถึงเราในทางนั้นด้วย ถ้าเรามองสิ่งรอบๆ ตัวเราเป็นบวก ชีวิตเราก็จะมีแต่เรื่องดีๆ คุณภาพชีวิตของเราก็จะดีตามครับ ผมเชื่อแบบนั้น

เราอยากมีชีวิตที่ดี ต้องเริ่มที่ตัวเองครับ ถ้าเรารู้ว่างานที่เราทำอยู่ หรือชีวิตของเราที่เราดำเนินอยู่ไม่ได้ช่วยให้เราดีขึ้น แต่เราก็ยังจะทำต่อไปแบบเดิม ใช้ชีวิตแบบเดิม ก็อย่าหวังว่าชีวิตเราจะดีขึ้นเลยครับ ยุคนี้เป็นยุตที่ทำให้เรามีอิสระมากที่สุดแล้วครับ การเชื่อมต่อไร้พรมแดน แต่แปลกตรงที่มนุษย์เรายังดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนดูครับ

เป้าหมายเหลืออีกครึ่งทาง

         จาก http://tinyurl.com/no29n6t และ http://shadowalice.com/เป้าหมายในชีวิต/ ตอนนี้ผมมาไกลกว่านั้นเยอะเลยครับ ตัวผมเองยังแปลกใจเลยครับ ระยะเวลาไม่ถึงปี สามารถมาไกลได้มากถึงขนาดนี้ ใจจริงภายในปีนี้ผมอยากมีเงินเก็บซักก้อนนึง ตอนนี้ได้ครึ่งนึงถึงก้อนนั้นแล้วครับ เหลือเดือนนี้อีกหนึ่งเดือน ซึ่งผมว่าไม่น่าจะทำได้ แต่ถ้ารวมมกราคมเข้าไปด้วย ก็แอบมีลุ้นครับ เอาไว้ถึงมกราคม ผมจะมาเขียนประสบการณ์ของปีนี้ที่ผมผ่านมาให้ผู้ที่แวะเข้ามาชม Blog นี้ได้อ่านกัน หวังว่าจะเป็นกำลังใจให้ใครหลายๆ คนได้บ้าง เพราะช่วงปีที่ผ่านมามีบางช่วงผมก็สาหัสแทบเอาตัวไม่รอดเลยทีเดียว ผมว่าถ้าตั้งใจจริงๆ หลายๆ คนทำแบบผมได้นะครับ

 

วันนี้สั้นๆเท่านี้นะครับ แล้วพบกันใหม่นะครับ

เป้าหมายในชีวิต 2

ประสบความสำเร็จ

 

สำเร็จในขั้นต้น

จาก post นี้ http://shadowalice.com/เป้าหมายในชีวิต/ ในเรื่องเป้าหมายในชีวิตของผม ผมคิดว่าผมทำข้อแรกสำเร็จแล้วครับ คือ

“อีก 3 ปีนับจากวันนี้ (7 ตุลาคม 2555) ผมจะต้องหารายได้ให้กับตัวเอง จนไม่ต้องกลับไปทำงานประจำอีก”

สรุปแล้วผมใช้เวลาไม่ถึง 3 ปีครับ ผมใช้เวลาทั้งหมดไป 3 เดือน มันเหลือเชื่อมากเลยครับ จริงๆแล้ว 3 ปีที่ผมเขียนไว้ในตอนนั้น ผมคิดจริงๆนะครับ แต่ก็แอบคิดว่าภายในปีเดียวต้องทำให้ได้ สรุปไปๆมาๆ 3 เดือนเท่านั้น ที่นี้ก็เหลือข้อต่อๆไปครับ ผมต้องทำให้ได้ แล้วมาดูกันนะครับ ผมว่าเพื่อนๆทุกคนถ้าตั้งใจจริงๆ ก็ทำได้ครับ ขอให้โชคดีครับ

เป้าหมายในชีวิต

ผมเชื่อว่าหลายๆคนมีเป้าหมายในชีวิตแตกต่างกัน บางคนต้องการที่จะร่ำรวย บางคนต้องการที่จะไม่เจ็บไข้ บางคนต้องการแค่ใครสักคนดูแล ต่างคนก็ต่างเป้าหมายกันไป สำหรับตัวผมเองนั้น ผมก็ได้วางเป้าหมานในชีวิตให้กับตัวเองไว้ว่า

  • อีก 3 ปีนับจากวันนี้ (7 ตุลาคม 2555) ผมจะต้องหารายได้ให้กับตัวเอง จนไม่ต้องกลับไปทำงานประจำอีก
  • ผมจะต้องทำงานน้อยลงเรื่อยๆ ปล่อยให้เงินมาทำงานแทนให้ได้ภายใน 3 ปี
  • ผมอยากไปเที่ยวรอบโลกภายในไม่เกิน 5 ปี
  • ผมอยากมีบ้านเล็กๆ ซักหลัง
  • ผมอยากมีรถเปิดประทุนซักคันเอาไว้ขับกินลมเล่นแถบทางเหนือ
  • ผมอยากมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง (ในตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรดี)

เป้าหมายของผมดูแล้วชวนเพ้อฝัน แต่ผมตั้งใจแน่วแน่ที่จะต้องทำให้ได้ เอาไว้ผมทำข้อไหนได้แล้ว ผมจะกลับมาบอกว่าผมทำได้

แล้วคุณหละมีเป้าหมายอะไรในชีวิต